Songsak's profileSongsak DairyPhotosBlogLists Tools Help

Songsak haesakul

Songsak Dairy

March 11

เหนื่อยมั้ย ?

"เหนื่อยมั้ย ?"
ถ้าให้ตอบตอนนี้ก็คงจะต้องตอบว่า เหนื่อยพอควร สมองกรวงๆ คิดอะไรไม่ออก นอนก็ยังไม่ได้นอนเลย เอิ๊กกกกกกกกก
ทำไมต้องมีความรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ ทำไม ทำไม และทำไม ??????? ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย มัน มึนๆ งงๆ อยากนั่งเฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยอารมณ์ให้โบยบินไปแล้วแต่มันจะไปไหน แต่ก็นะ มันคงเป็นไปไม่ได้ ด้วยหน้าที่ที่มี จะนั่งเฉยๆได้ยังไง คิดแล้วก็อยากหาที่สงบๆอยู่เหมือนกัน เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกก
เป็นการเขียนระบายอารมณ์ในรอบ ๒ ปีกว่าเลยนะนี่ ไม่ได้เข้ามาเขียนนานมากกกกกก แต่ก็นะ น่าจะมีแต่เรื่องดีๆเขียน กับดันเป็นอารมณ์อะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ไม่ชอบอารมณ์แบบนี้
 
เนื้อเพลง: เวลา
อัลบั้ม: P.O.P. In the room
เพลงของ พี.โอ.พี

เขาบอกว่าเธอไม่เคยจะสนใจไม่แคร์อะไร แม้ใครจะมองว่า
ทำไมๆเธอดื้อและรั้นไม่ฟังคำพูดใคร ไม่พอใจอะไรก็เดินจาก
เธอไม่ต้องกลัวว่าใครจะพูดอะไร ไม่ต้องกังวลว่ามันจะทำให้ฉันไม่เข้าใจ
 
เขายังบอกว่าเรา ช่างดูไม่เข้ากันและไม่มีวัน จะไปกันได้ไกล
ยังบอกไม่มีทาง คนอย่างเธอจะยอมมารักใคร จะพูดยังไงฉันไม่เชื่อไม่ฟัง
ฉันรู้ดีว่าใจเธอคิดอะไร ไม่ต้องกังวลเพราะฉันนั้นจะคอยเข้าใจ
 
โลกจะยังหมุนไปอีกนานเท่าไร ไม่มีๆใครรู้หรอก เวลาจะเป็นคนบอก เวลาจะเป็นคำตอบ
ว่าเรานั้นจะยังรักกันอีกนานเท่าไร ไม่มีใครที่จะรู้หรอก เวลาจะเป็นคำตอบ เวลาจะบอกกับเธอและฉันเอง
ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานสักเพียงไหน ฉันจะยืนอยู่คอยบอกกับเธอให้มั่นใจ
 
โลกจะยังหมุนไปอีกนานเท่าไร ไม่มีๆใครรู้หรอก เวลาจะเป็นคนบอก เวลาจะเป็นคำตอบ
ว่าเรานั้นจะยังรักกันอีกนานเท่าไร ไม่มีใครที่จะรู้หรอก เวลาจะเป็นคำตอบ เวลาจะบอกกับเธอและฉันเอง
 
นานา....
 
<embed src="http://media.imeem.com/m/v7bqslUWIm" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="110" wmode="transparent"></embed>
August 09

Part 25 : ออกทริปห้องมือใหม่ 16pf และเพื่อนใหม่

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอีกแล้ว มีเรื่องมาเล่ามากมาย จบต้นชนปลายไม่ถูก ต้องมีการเรียบเรืยงความคิดดูก่อน มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เป็นสัปดาห์ที่แสนวุ่นวาย แต่สนุกสนาน และมีความสุข นั้นไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

 

วันพฤหัส(๒๖ ก.ค. ๕๐) เขียนอีกรอบ วันนั้นรู้สึกโทรศัพท์จะสายร้อนเป็นพิเศษ  แบบว่าคนมัน hot ก็งี้แหละ มีแต่สาวๆโทรมาหา ก๊ากๆๆๆ คนแรก น้องมาร์ อย่างที่เล่าให้ฟัง อยู่ดีๆได้น้องมาใหม่คนหนึ่ง เพราะเขาดันใช้ e-mail ของปุ้ย(ลูกพี่ลูกน้องเราเอง) sign in msn เข้ามาทัก คุยกันถูกคอหรือเปล่าไม่รู้ แต่คุยตั้งแต่สิบโมง ยันบ่ายสี่ คุยกันได้ไม่นานเท่าไหร่ น้องมาขอตัวไปนอน เพราะต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า คนที่สองคืออีหมง จะนับว่าสาวดีเปล่าหว้า นับๆมันไปหน่อยแล้วกัน ถึงมันจะเป็นชาย แต่ใจมันนี่ ญ เกินร้อย มัน(ที่ใช้ มัน เพราะสนิทกันมากๆ จริงๆใช้ภาษาพ่อขุนในการคุยนะ แต่ในที่นี้เว้นใว้หน่อยแล้วกัน หุหุ) โทรมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังตามปกติแหละ กำลังคุยกันอยู่ รัตน์(รุ่นน้องที่ราม)เป็นสายซ้อนเข้ามา เราจึงวางจากอีหมง แล้วมาคุยกับรัตน์แทน เพราะไม่ได้คุยกันนานมากๆ เราไม่ค่อยว่างด้วยช่วงนี้ ทั้งเรียนภาษาประกิดเพิ่ม ทั้งเห่อกล้องใหม่ แถมตอนนี้ต้องมานั่งหาข้อมูล Honda city zx อีก และที่สำคัญต้อง update space ทุกวันอังคารด้วย แป๊ปวันอังคาร ต้องเขียนอีกแล้ว เร็วจริงๆ สรุปแล้ววันนั้น คุยกับรัตน์ไปด้วยเขียน space ไปด้วย กว่าจะได้นอนตีสี่เข้าไปแล้ว

 

วันศุกร์(๒๗ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาเก้าโมงกว่ามั้ง ไม่ดู้นาฬิกาแฮะ รู้แต่ว่าอยากนอนต่อ ยังไม่อยากตื่นนนนนนน แต่ก็มีเสียงดังมาจากข้างล่าง ปลุกทีเดียวประสาทกลับมาครบ รีบตื่นทันที หุหุ

 

แล้วไม่วาย มานั่งเล่นเน็ตก่อนสะงั้น คุยกับ อ.แพท น้านัทธ์แห่งพันทิพย์ และนุ่น กว่าจะได้ลงไปสิบโมงกว่ามั้ง ลงไปข้างล่างจัดแจงหาอะไรใส่ท้องก่อนออกจากบ้าน วันนี้ต้องไปรับ mp4 player ไปส่งซ่อมใว้ ที่พันทิพย์ ซื้อเป๋ากล้องให้พี่เจษที่มาบุญครอง เพื่อจะไปแลกเป๋ากล้องพี่เจษมาใช้ ๕๕๕ และไปรับแป้งที่โรงเรียน

 

ออกจากบ้านสิบโมงกว่า ไปเอาบัตรรถไฟฟ้าที่เจ้จี๊มก่อน กว่าจะเดินจากบ้านไปถึงวัดธาตุทอง สิบเอ็ดโมงแล้ว พอรับบัตรจากเจ้ได้ เราเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า ตอนแรกกะไปลงราชเทวี แล้วเดินย้อนกลับมาพันทิพย์ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลงชิดลมแวะไปดูเป๋ากล้องให้ตัวเองที่ร้าน Big pro camera ที่เซนทรัลเวิร์ลก่อน แล้วเราก็ได้เจอ เป๋าที่โดนใจเราสุดๆ โอ๋....สิ่งนี้แหละมันเกิดมาเพื่อเรานี่เอง เล็งใว้ๆ เดี๋ยวเก็บตังก่อนแล้วจะไปสู่ขอนะจ๊ะ น้อง jamnova ค่าตัวน้องแพงจริงๆ ตั้ง 2400 ไม่รู้ว่าพี่จะมีปัญญาไปสู่ขอน้องได้เมื่อไหร่ คิดแล้วเศร้า ดูเสร็จ เช็ดน้ำลายที่หก แล้วเดินไปรับ mp4 player ที่ศูนย์ Acer ชั้นลอย พันทิพย์ รับของเสร็จ เดินดูเป๋ากล้องอีกดีกว่า เดินไปชั้นสี่ ร้าน Digital time โอ๊.....เป๋าไม่โดนใจแฮะ ราคาแพงด้วย ไม่เอาดีกว่า เดินไปมาบุญครองเลยแล้วกัน พันทิพย์หมดประโยชน์ละ

 

เดินถึงมาบุญครองเกือบบ่ายโมง รีบเดินไปร้าน fotofile ชั้นหนึ่ง รับกระเป๋ากล้องที่จองใว้เมื่อวานนี้ เราเดินเข้าไป ถามเขา พี่ๆ PO 1 ยังมีของหรือเปล่า หมดแล้วค่ะ ของจะมาอีกทีเดือนหน้านะคะ แป๊ว....เอาแล้วไงตู ขนาดโทรมาจองเมื่อวานนะ ของยังหมด พี่เจษอดไปแล้วกันนะ (เราก็อดเอาเป๋าพี่เจษมาใช้ด้วย แย่ๆๆๆๆๆ) กำลังเดินออกจากร้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆเข้ามา คุณป๊อกหรือเปล่าครับ ยังต้องการกระเป๋ากล้อง พีโอวัน อยู่หรือเปล่า ครับ ผมเพิ่งเดินออกจาร้านมา ทางร้านบอกของหมดนี่ครับ มีครับๆ ผมกันใว้ให้แล้ว อ่าว....แล้วไหนบอกกับตูว่าของหมดมาเดือนหน้าฟะ ครับๆ เดี๋ยวผมเดินย้อนกลับไป คนที่โทรหาก็ยิ่มออกมาพร้อมของ ส่วนยัยผุ้หญิงที่บอกของหมด ก็ไม่บอกว่าจองเอาใว้ ทีหลังบอกด้วยนะว่าจองใว้แล้ว อ่าวๆ.....นี่มันความผิดตูใช่มั้ย ที่ไม่ได้บอกเนี่ย แต่ช่างมัน ได้ของมาก็พอละ หุหุ

 

ออกจากมาบุญครองเกือบบ่ายสอง นั่งรถไฟฟ้าต่อไปสะพานควาย รับเจ่าแป้งดีกว่า ไปถึงแถวโรงเรียนเจ่าแป้งบายสองครึ่งเอง สาย ๓ ขับแบบติดจรวจ สิบนาทีจากสะพานควายถึงแยกบางกระบือละ  เอาไงดีหว้าเรา เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ เดินเล่น makro ก่อนดีกว่า เดินจนรอบห้างแล้ว ยังไม่บ่ายสามสักที โทรหาเจ้ดีกว่า และก็ได้คำตอบว่า เข้าไปรอรับในโรงเรียนได้เลย นั้นดีเลย เผื่อจะได้หลับ หุหุ ไปถึงหน้าห้องเจ้าแป้ง อ่าว....เด็กๆหายไปไหนกันหมด แล้วก็ได้คำตอบจากผู้ปกครองข้างๆว่า เด็กๆขึ้นไปเรียนพิเศษ เดี๋ยวคงลงมา นั้นดีเลย...เราขอรับสักงีบแล้วกันนะ มองซ้ายมองขวา หลับไม่ได้แฮะ ถ้าหลับละน่าเกลียดตายเลย นั่งรอกว่าเจ่าแป้งจะมาเกือบสี่โมง ออกมาจากโรงเรียน แป้งอยากกินไอศรีม เรากะใว้แล้วต้องออกมาอย่างนี้ เราก็อยากกินอยู่เหมือนกัน แป้งไม่บอก กู๋ป๊อกก็ว่าจะชวนกินอยู่แล้ว ๕๕๕

 

แล้วสองคนน้าหลานพากันไปกินไอศรีมสเวนเซน ฟองดู กินกันเสร็จรีบกลับบ้านดีกว่า ได้ขึ้นสาย ๓ กลับมาสะพานควายอีกแล้ว ด้วยความที่นั่งเต็ม เราจึงให้แป้งนั่งคนเดียว ขึนนั่งสองคน อึดอัดตาย ! วันนั้นสาย ๓ วิ่งอย่างกะติดจรวด เจ่าแป้งดันง่วงนอน จึงหลับไป แล้วรถเมล์ดันเบรกสะแรง เจ่าแป้งตกเก้าอี้ลงไปกองกับพื้นรถเมล์ เราเห็นก็ตกใจ รีบเก็บ เอ๊ย.....รีบอุ่มขึ้นมานั่งเหมือนเดิมและเจ่าแป้งก็สามารถหลับต่อได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหนอเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอลงจากรถ เราก็ต้องอุ่มเจ้าแป้งขึ้นบันไดทั้งที่หลับอย่างนั้น (เมื่อยจริงๆ) พอขึ้นรถไฟฟ้าได้ คนไทยน้ำใจงามจริงๆ ไม่มีใครลุกให้เรานั่งสักคน จนมีป้าคนหนึ่งลุกให้เรานั่ง ขอบคุณครับป้า ไอ้ผู้ชายนั่งข้างป้า อยู่ดีๆก็มีสำนึกสะงั้น บุกให้ป้านั่ง เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิ สุภาพบุรุษเหลือเกินนนนนนนนน กว่าจะถึงบ้านห้าโมงกว่า เราต้องแบกเจ้าแป้งที่หลับจนมาถึงบ้าน พอดีม่าม้าปูที่นอนใว้ เราจึงวางแป้งลงนอน แล้วยังไงรู้มั้ย เจ่าแป้งตื่น ตาใสปุ๊ป วิ่งไปหาอากง ขอของเล่นทันที โอ......มันน่าเคาะกระโหลกสักทีสองทีจริงๆ ให้เราแบกได้ตั้งนาน

 

กะว่ากลับมาบ้านจะได้นอนสักตื่น แต่ก็ไม่ได้นอน ปฏิบัติภาระกิจที่ต้องทำจนปิดร้านหนะแหละ พอตกดึก จุ๊บก็ยิงมาให้โทรกลับ เอาหวะ.....โทรกลับก็โทรกลับ แม้...ลงทุนจริงๆเลยเพื่อนเรา L กว่าจะคุยกับจุ๊บเสร็จ ปาเข้าไปจะตีสามละมั้ง พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย รีบอาบน้ำนอนดีกว่า เพราะนัดใว้ประมาณ ๘:๐๐ น. ที่สวนสราญมณ์

 

วันเสาร์(๒๘ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาตั้งแต่ ๖.๓๐ น. จริงๆตั้งนาฬิกาปลุกใว้ ๖.๔๕ นะ แต่กลัวไม่ตื่น ใจมันเลยผะวงกลัวไม่ตื่น รีบตื่นสะก่อน

 

ออกจากบ้านเจ็ดโมงกว่า โทรเช็คพี่เจษหน่อยจิถึงไหนแล้ว พี่เพิ่งขึ้นรถหวะ พอดีตื่นสาย ไม่ทันรถไฟเที่ยวตีห้าครึ่ง โฮ....พี่อย่างนี้จะถึงเมื่อไหร่ฟะ พอวางสายไป เอาไงดีฟะเรา เข้าไปร่วมเลยดีกว่า แล้วค่อยรอพี่เจษมาแล้วกัน ตอนแรกพี่เจษแกบอกว่าเจอที่ลาน C (ลานกิจกรรม) เราไปนั่งรอ อ่าว....ไม่เห็นมีใครเลย มาถูกที่หรือเปล่า ลองเดินเล่นรอบๆสวนดูดีกว่า ลงจากลานกิจกรรม ยังไม่ได้ได้เดินรอบเลย เห็นคนนั่งชุมนุมกัน แอ๊ะ....ใช่เปล่าหว้า เดินเข้าไปใกล้หน่อย ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนถาม มาทริปมือใหม่หรือเปล่าครับ มาลงทะเบียนได้เลย มารู้ทีหลังว่าผู้ชายคนที่ร้องทักนั้น คือ น้าปิ๊ก แห่งฐานมาโคลนี่เอง เราเดินไปลงทะเบียน โดยมีสาวร่างอวบใส่เสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำตาลเป็นคนเขียนป้ายชื่อให้ เออวุ่ย น่ารักดีรัก แล้วเราเดินมานั่งขอบๆทางเดิน สักพักมีน้าวี(Ex man) เข้ามาทัก เป็นสาวกหงส์แดงเหมือนกันสะด้วย คุยกันยังไม่ทันไร พี่เจษมาละ staff อะไรฟะ มาสะสายเชียว ๕๕๕ พี่เจษเดินไปลงทะเบียนกลับมา ก็ส่งเป๋ากล้องให้ แล้วก็ยีม+ยึด(ยื่น) เป๋ากล้องพี่เจษมาใส่ เพนตะ สะเลย หุหุ เสร็จโจน

 

นั่งคุยได้สักพัก น้าสารหัวหน้าทริป ก็พาพวกเราไปกันที่ลานกิจกรรม แนะนำตัว และให้แบ่งกลุ่มกัน โดยการนับหนึ่งถึงหกแบบวน ใครได้เลขอะไรก็ไปรวมตัวกัน เรานับได้เลขห้า ในกลุ่มมีสมาชิกดังนี้ ~LoRD_IDeNtiTy~(น้องนัท แห่งวิทย์ คอม ลาดกระบัง http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5659234/O5659234.html )  , น้าแชมป์(Mr. C) , น้องกวาง( kwangkungzaa) สาวคนนี้แหละที่เป็นคนเขียนป้ายชื่อให้เรา ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกัน น้ายุ้ย(ดอกไม้ในสายธาร) , หงะ อีกคนจำไม่ได้อะ ลืมได้ไงฟะเรา ใว้ค่อยถามน้องกวางแล้วกันนะ เผื่อว่าน้องกวางจะจำได้ แล้วสุดท้ายจะเป็นใครไปได้หละก็เราหนะสิ ป๊อก( thekop@thekop http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5660448/O5660448.html)

 

เริ่มเข้าฐานแรกที่เราได้เข้าคือ ฐาน ๕ การใช้เฟลต แต่ด้วยความที่ว่าคนน้อยหรืออะไรไม่รู้ น้าแป๊ก (bugbear : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5662024/O5662024.html 70-300 ของน้าเขาได้ใจเรามากๆ สามารถลอบยิงมากได้เยอะเหมือนกันแฮะ ใว้จะไปถอยมาเป็นของตัวเองดีกว่า เอ..หรือว่าแอบดักตีหัวน้าแล้วขโมขดีหว้า หุหุ) กับน้าลอง(ลองผิดลองถูก) รวมกลุ่มสี่กับห้าแล้วสอนทีเดียวเลย (แบบว่าน้าสองคงขี้เกียจละมั้ง ๕๕๕) แล้วเราก็ได้รู้ว่าการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ต้องทำยังไง คือ การเปิด F ให้กว้างที่สุดของกล้องนั่นเอง (โถ...ตู โง่อยู่นานสองนาน) ส่วนการยิงแฟลต น้าแป๊กไม่พูดอะไรมาก ต้องเปลี่ยนฐานสะก่อน

 

มากันที่ฐาน ๖ stop motion การใช้ speed shutter ฐานนี้น้าก้างเป็นผู้ดูแล น้าก้างเอากาฟิวมาดึงตูดแล้วให้มือกับขามันสั่น แล้วให้พวกเราหยุดมือกับขาให้ได้ โดยการควบคุมชัดเตอร์ เราถึงได้รู้ว่า ความเร็วชัดเตอร์ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 1/60-1/250 แล้วรูปจะไม่สั่น ถ้าช้ากว่านั้นคือต่ำกว่า 1/60 ลงมา เอาใว้ถ่ายรูปน้ำตกให้เห็นเป็นสายๆได้เลยและต้องมีขาตั้งกล้อง เพื่อป้องกันภาพสั้นไหว หรือว่าถ่ายที่ความเร็วสูงกว่านี้ 1/250 จะเอาใว้ถ่ายรถหรืออยากหยุดวัตถุที่เร็วๆ เช่น รถกำลังวิ่ง ฯลฯ แล้วพวกเราก็มาลองหยุดกาฟิวกันดูว่าจะหยุดแขนขาของมันที่กำลังสั่นอยู่ได้หรือเปล่า หยุดได้จริงๆด้วยวุ่ย พอหยุดกาฟิวได้แล้ว เรามาหยุดลูกเต๋ากันดีกว่า แต่ลูกเต๋านี่ใหญ่หน่อยนะ น้าก้างแกทำมา แล้วให้เพื่อนๆในกลุ่มเป็นคนโยน โดยมีน้องกวางกับสาวยุ้ย เป็นคนโยนให้พวกเราถ่าย เรายิงไปเป็นสิบ แต่วัตถุหยุดจริงๆ อยู่ไม่กี่รูป

 

ไปฐาน ๑ ดีกว่าชือฐานอะไรจำไม่ได้ แต่เป็นฐานที่จะบอกเราว่าในกล้องเรามีโหมดอะไรบ้าง สามารถทำอะไรได้บ้าง มี function อะไรบ้าง ฐานนี้พี่เจษสถิตอยู่ แต่ดูท่าทางพี่แกจะไม่ได้ช้วยอะไรเลย กินอย่างเดียว อู้งานอีกต่างหาก ฐานนี้จำได้คนเดียวคือ ป้าเล็กยำ ฐานนี้นั่งคุยกันสบายๆ ปล่อยมุขกันให้ฮาไปตลอด ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่ นั่นไปฐาน ๒ เลยดีกว่านะ

 

กำลังเดินไปฐานสอง เราลืมชื่อสมาชิกในกลุ่มแล้วแหละ ความจำเรื่องชื่อคนนี่ปลาทองดีแท้ แต่ถ้าจำได้แล้ว จะไม่ลืม เราจึงเริ่มถามใหม่ ทุกคนก็แนะนำตัวให้เราฟังอีกรอบ คิดแล้วตลกดี อยู่ทำกิจกรรมร่วมกันจนจะเสร็จช่วงเช้าอยู่แล้ว ยังจำชื่อไม่ได้ ก๊ากๆๆๆๆ

 

ถึงฐาน ๒ ฐานนี้น้าปิ้น เป็นผู้เฝ้าฐาน ชื่อฐาน macro ได้ความรู้มาว่า จะถ่ายมาโคลต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ซูมได้ก็ซูม น้าปิ้นถามว่า รูรับแสงที่บอกว่ากว้างนี่เท่าไหร่ถึงเรียกกว้าง เราก็ตอบไปดิ ๓.๕ ครับน้า น้าปิ้นทำหน้างง งง และงง มันตอบอะไรของมัน รูรับแสง ๓.๕ เนี่ยนะกว้าง เราเห็นอย่างนั้น เลยต้องยกเอคุงให้น้าดู กล้องผมมันเริ่มที่ ๓.๕ หนะน้า น้าปิ้นถึงได้ถึงบ้างอ้อ ผมก็นึกว่าคุณจะตอบสัก ๒ ๒.๘ ๓ อะไรประมาณนี้ หลังจากฟังน้าปิ้นพูดให้ฟังเสร็จ เราก็แยกกันไปถ่าย ฝึกถ่ายดอกไม้ เราก็หามุมไปเรื่อยๆ ถ่ายๆไป จนมาได้รูปสวยตอนจะหมดเวลาแล้ว ถึงได้ถ่ายมามากหน่อย ขณะถ่าย น้องกวางเอารูปมาให้ดู นี่ๆ รูปนี้เป็นไง โถ......น้องกวาง LCD น้องกวางเล็กกระจิ๋วเดียว พี่มองไม่เห็นหนะ สวยดีนี่ ใช้ได้เลย สตอเบอรี่ลูกเบอเล่อสะงั้น ๕๕๕

 

ออกจากฐานน้าปิ้น เดินอีกไม่ไกลกันนัก ไปถึงฐาน ๓ ของน้าสาร(ประธานจัดทริปนี้) กับป้ากิม(อาจารย์แห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.) ฐานนี้เกี่ยวกับการถ่าย Landscape น้าสารกับป้ากินสนอมาว่า การจะถ่ายภาพ Landscape ต้องถ่ายให้ไปจนสุดเส้นนำสายตา เช่น ถ่ายทางเดิน ต้องถ่ายให้ไปสุดปลายทางเดิน Focus เป็น infinity นั่นเอง ฟังเสร็จ แยกย้ายกันถ่าย เราได้รูปสวยๆมาหลายรูป พอเอาขึ้นกระทู้ น้าๆเข้ามาตอบ ชอบกันทุกคน ดีใจจัง

 

แล้วก็วนไปฐาน ๔ ที่ตอนเช้าน้าลองสอนใว้แล้ว น้าลองจึงให้พวกเราหาแบบถ่ายกันเอง แต่เรา น้องกวาง น้าแชมป์ ไม่ได้ถ่ายรูปกันหรอก เดินไปซื้อน้ำมากิน เพราะตั้งแต่เช้า ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เราได้ มิรินด้า รสอะไรหว้า สีฟ้าๆหนะ น้องกวางแซว จะเป็นฟิล์มหรือ สั่งรสเนี่ย เรา ๕๕๕ ไม่ได้อยากเป็นฟิล์ม แต่ไม่อยากกินแป๊ปซี่ เดี๋ยวมันจะไปกันกระเพราะอาหาร เพราะตั้งแต่เช้า ยังไม่ได้กินอะไร ซื้อเสร็จ เราเดินกลับมา แวะเข้าห้องน้ำ น้าแชมป์ออกค่าเข้าห้องน้ำให้ ขอบคุณน้าแชมป์มากนะคร้าบบบบบบ เข้าห้องน้ำเสร็จออกมา เจอน้าปิ้นพอดี ปล่อยมุขสะหน่อย รูปที่ผมถ่ายไปหนะ แค่หมั่นอย่างเดียว น้าปิ้น ....???.... ผม ก็ไม่ชอบแต่งไงครับน้า เลยได้แค่หมั่นอย่างเดียว เท่านั้นแหละ น้าปิ้นแกบอก เฮ้ย....ฆ่าลูกทริปผิดมั้ยวะ แต่น้ายังดีนะ มีให้หมั่น ไอ้กวางสิ จะมีให้หมั่นหรือเปล่ายังไม่รุ้เลย ๕๕๕ น้องกวางโดนน้าปิ้นแซวเข้าอีกแล้ว ตอนอยู่ในฐาน น้าแกก็เร่ขายน้องกวางให้ทีหนึ่งแล้ว ถ้ารับน้องกวางไปเป็นแฟน มีโปรโมชันดังนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมก็บอกไป มีอีกมั้ยน้า ถ้ามากกว่านี้อาจจะสนใจ ๕๕๕ น้องกวางเลยแจกค้อนงามๆ มาให้แทน

 

แล้วพวกเราก็มารวมตัวกัน สรุปกิจกรรมและแยกย้ายกันไปกินข้าว จอกันอีกทีบ่ายสอง ตอนเดินออกมา พี่เจษทักสาวอยู่คนหนึ่ง ขื่อว่าดาว เรารู้จักแต่ชื่อ เพราะพี่แกเล่าให้ฟังบ้างแล้ว แต่ไม่เคยเห็นหน้า ก็เดินตามๆกันมาเนี่ยแหละ แต่เรากับพี่เจษ เดินเอารูปไปทิ้งที่ร้านท่าพระจันทร์ จึงไม่ได้กินข้าวด้วยกัน เราเอารูปที่ป๊า ม้าไปเที่ยวปักกิ่งไปล้าง ส่วนพีเจษ เอารูปน้อง ญ ผู้น่ารักไปล้าง ส่งรูปล้างเสร็จ พี่เจษโทรหาดาวอีกรอบ แต่เขากลับกินข้าวเสร็จแล้ว เรากับพี่เจษเดินกลับมากินข้าวตรงท่าช้าง ระหว่างทางก็หาของเขียวไปด้วย เราได้ยาม่องผสมฟ้าทรายโจร(สะกดผิดขออภัย) พี่เจษได้อะไรหว้า จำไม่ได้ละ กินข้าวกันเสร็จ เดินไปวัดโพธิ์ ตอนแรกพี่เจษกะนั่งรถไป แต่เราบอก แค่นี้เอง เดินไปเก็บรูปไปแล้วกัน (แบบว่างกนี่หว้า)

 

เดินถึงวัดโพธิ์ เจอน้าก้าง ป้ากิมดักอยู่ตรงทางเข้า บอกให้เข้าไปที่ศาลาที่จองใว้แล้ว เราก็เอาเลย แล้วสวดกี่โมงครับป้า น่าน.....ปากหมาไม่เลิก ป้ากิม รอแห่ศพอยู่ คาดว่าจะได้ศพแถวๆนี้แหละ โอ๊......โดนเข้าไปดอกนี้ ถึงกับจุก เล่นมุขต่อไม่ได้ละ กลัวกลายเป็นศพ ๕๕๕ เลยคุยกันถึงเรื่องการถ่ายรูป และประวัติของป้ากิม ว่าทำอะไร ที่ไหน เวลาล่วงเลยถึงบ่าสองครึ่ง พวกเราจึงเดินเข้าไปที่ศาลา น้าสารเริ่มกิจกรรมช่วงบ่ายต่อ ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม เกมส์อัจฉริยครึ่งวัน ให้ทุกคนยืนเข้าแถว อยากอยู่แถวไหนก็ไปยืนใว้ เราอยู่แก๊งน้าแค๊ป (แค๊ปหมูไร้มัน จิ้มน้ำพริกหนุ่ม : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5660370/O5660370.html ทู้นี้ตูโทน น้าแค๊ป สอยเต็มๆ (คคห. 64) โดยใครอยากอยู่แถวไหนก็ยืนเอา  เราอยู่กลุ่มเดียวกับน้องกวางอีกแล้ว สงสัยจะหนีกันไม่พ้น ตอนแรกกะไม่เล่นด้วย เพราะเหนื่อยมากๆ แถมร้อนอีกต่างหาก อยากพักแล้วหละ ในกลุ่มรอบบ่ายมีเพิ่มมาคือ น้องดาว (ideam@ker : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5672450/O5672450.html) น้องปอ ( ApOrY : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5658690/O5658690.html) ป้าก้อย (snoopiez : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5658655/O5658655.html ) ส่วนอีกสองสามคน จำไม่ได้อะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

 

เกมส์คือให้พวกเราไปถ่ายรูปตามสถานที่ ๕ ที่ ที่อยู่บริเวณวัด ตามที่พวกน้าๆเขากำหนด เราก็วิ่ง วิ่ง และวิ่ง เจอสถานที่ครบหมด และทำให้รู้จักกับน้องดาว ตอนแรกไม่รู้หรอกว่าชื่อดาว ตอนถ่ายรูปที่สามหรือที่สี่นี่แหละ เราดันไปบังเขา น้องกวางเลยบอกให้เราอย่าบังดาว เราก็สวนไป คนไหนหรือดาว น้องดาวมาตีไหล่เรา เรานี่แหละ ดาว คิดแล้วยังขำตัวเองอยู่เลย ไม่รู้จักดาวประจำทริปได้ไงฟะ ถ่ายจนครบห้ารูป กลับมารับคำถามและตอบคำถามจนครบ  หลังจากนั่นเราจึงได้ถามว่าคนนี้ชื่ออะไร คนนั้นชื่ออะไร จนได้มาคุยกับป้าก้อย และน้าเก่ง(ผมเก่งครับ) ที่เคยเจอกันในทริป pentax แต่เราจำไม่ได้ (ก็บอกแล้วว่าความจะเรื่องชื่อคนนี่ ปลาทองมากๆ) และเราก็นึกบ้าอะไรไม่รู้ เดินไปยืมกล้องน้าแป๊กที่ใส่ ๗๐-๓๐๐ ใว้ ตอนแรกกะยืมแค่เลสน์ แต่น้าแกบอก ยืมไปทั้งกล้องเลยดีกว่า เราจึงได้มาลองเล่น เฮ้ย....ได้ใจวุ่ย เก็บตังๆๆๆๆ ไปสู่ขอมาเป็นของตัวเองดีกว่า แต่เสียอย่างเดียวคือมันต้องถอยห่างออกจากวัตถุที่เราจะถ่ายออกมามากหน่อย (จริงๆมันคือคุณสมบัติของเลน์เทเล) เล่นจนอีท่าไหนไม่รู้ กล้องน้าแป๊กไปอยู่ในมือป้าก้อยได้ แล้วป้าก็โดนพี่เจษสอยมาสะหนึ่งดอก (ตามไปดูป้าก้อยได้ กระทู้แซวแนวหนุกหนาน ครับพี่น้อง ^ ^ ตูโดนพี่เจษสอยสะล่วง : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5662236/O5662236.html)

 

แล้วก็มาถึงเวลาประกาศผลผู้เข้ารอบ กลุ่มเราเข้ารอบเป็นกลุ่มที่สอง ต้องเข้าไปหาตัวเลขสี่ตัว โดยการกดเลยบนมือถือตัวเองแล้วเอาไปให้น้าสารดู ว่าใช่หรือเปล่า โจทย์ คือ ผึ้งเธอฆ่าสองบนจี้คิดอยู่ตั้งนาน แต่คิดไม่ออก มาถึงบางอ้อ ตอนเขาตอบถูกันแล้ว เฉลยคื ๑๑๑๓ ทำไมหนะหรือ ก็ Bee You ฆ่าสองบนจี้(คือตัด ไม้โท บนจี้ออก) จะได้ BUG ๑๑๑๓ หลังจากนั้น เราเดินถ่ายรูป คุยคนโน้นคนนี้ ขอเมลล์ แล้วก็ถึงเลาแลกของเขียว อย่างที่บอกเราเอายาม่องไปแลก แล้วเราจับได้อะไรรู้มะ จับได้กล้วยน้ำหว้าของน้าแชมป์ โอ.......สุดยอดครับน้า คิดได้ น้าสารแกชอบใจใหญ่ หยิบซีดีให้เลย แล้วที่โดนที่สุดของน้องนัท(อยุ่ในกลุ่มเราตอนเช้า) เอาสกอตไบค์ขัดหม้อมมาครับท่าน ส่วน้องกวาง เป็น ไมโล นอกนั้นจำไม่ได้ละ พอเสร็จน้าสารประธานการจัด กล่าวปิดงาน แยกย้ายกันกลับบ้าน

 

เรากับพีเจษเดินไปท่าพระจันทร์รับรูปที่ไปทิ้งใว้ แล้วค่อยข้ามเรือไปหาบังที่ท่าวังหลัง แล้วก็ถือโอกาสไปกินข้าวร้านกิ๊กของพี่เจษ แต่ก็ไม่ได้เจอกิ๊กของพี่เขาหรอกนะ แกไม่พามาเปิดตัว กินเสร็จ กลับบ้านด้วยความเหนื่อย และผิวที่บอบบางพองเลยทีเดียว (ที่หลังเราจะไม่ลืมทาครีมกันแดดแล้ว) วันนี้พีเจษแกตามมานอนที่บ้าน

 

กลับมาถึงบ้านสองทุ่มกว่า ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ลงไปปฎิบัติภาระกิจของตัวเองตามปกติ คืนนั้นกว่าจะได้นอนตีสองกวาตีสามมั้ง เพราะมัวแต่ดูรูป ส่วนพี่เจษ นอนตั้งแต่เที่ยงคืน พรุ่งนี้พี่แกมีออกทริปกับสองหาวอีก

 

พี่เจษ : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5661500/O5661500.html รูปน้องดาว ขวัญใจคนใหม่ของพี่เจษ

น้าหัวมัน (Huaoman http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5683293/O5683293.html ตูโดนอีกแล้ว #18 )

 

วันอาทิตย์ที่ ๒๙ ก.ค. ๕๐ ยังไม่อยากตื่นเลย เจ่าแป้งดันเสียงดัง ตื่นมาตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ขึ้นมาห้องคอม พี่เจษยังไม่ตื่นเลยวุ่ย เรานั่งดูรูปต่อ พอแปดโมงพี่ท่านก็ตื่น รีบอาบน้ำแต่งตัวออกไป นัดเก้าโมง ตื่นแปดโมง ใช้ได้เลยพี่เรา

 

อาทิตย์นี้เจ้หมวยกลับมาจากขอนแก่น เพราะหยุดติดต่อกันสามวัน แต่กว่าคุณเธอจะมา เกือบเที่ยงแล้ว พาน้องข้าวหอมมาด้วย เพราะเฮียกับพี่เอี้ยงจะไปดูกระเบื่องที่ บุญถาวร สาขารัชดา วันนี้นัดกันจะไปดูรถที่ศูนย์ Honda บางชัน กว่าจะไปถึงศูนย์เกือบบ่ายโมง ใช้เวลาดูรถ ดูรายการของแถม และอีกมากมาย น้องแป้งกับน้องข้าวหอม สนุกกันใหญ่ เพราะมีขนมปังทาแยม กับน้ำเขียว มีใว้บริการลูกค้า สองคนกินกันเพลิน พอได้สัมพัสรถจริงๆ รู้สกชอบ civic มากกว่า เพราะ city ดูคับแคบสำหรับเรายังไงไม่รู้ ใว้เดี๋ยวหาทางยุให้ซื้อ civic ดีกว่า อิอิ

 

ดูรถเสร็จ ไปกินฟูจิต่อที่โลตัสพระราม ๔ งงละสิ อยู่บางชัน ทำไมไปกินฟูจิถึงพระราม ๔ ก็เราจะไปซื้อของมาขายด้วยหนะ เราก็สั่งชุดเดิมๆ ซึ่งจำชื่อไม่ได้ แต่เห็นแล้วก็จิ่ม พี่เอาชุดนี้ จบ สั่งแบบไม่ต้องคิด ขณะกินอยู่ เฮียโทรเข้ามา อยู่ไหนกันแล้ว ยังกินอยู่เลย เฮียบอก อยู่หน้าบ้านแล้ว นั่นรอไปก่อน กินเสร็จค่อยว่ากัน กินเสร็จซื้อของ กลับบ้าน กะว่าจะได้นอน เพราะเหนื่อยจากเมื่อวาน อยากนอนนนนนน ถึงบ้านนึกว่าจะได้นอนดังใจหวัง แต่เปล่าเลย ต้องจัดของ พอว่างดันไม่ง่วงสะแล้ว ขึ้นมาเล่นเน็ตดีกว่า และลอง Run 16pf ดูอีกรอบ แต่ก็ไม่สำเร็จ ลงไปช้วยขายของอีกทีทุ่มหนึ่งมั้ง แล้วเจ้จิ๋มบอกไม่ต้องละ เดี๋ยวไปทำที่บ้านพี่โดม แบก printer ไปบ้านเขาเลย แล้วพวกบ้านโน้นกว่าจะกลับ เกือบห้าทุ่มแล้ว เราต้องมานั่งรอป๊ากลับมาอีก อยากนอนก็อยาก ทำไงได้

 

กว่าป๊าจะกลับมาก็ตีหนึ่งแล้ว ขณะกำลังรอป๊าไม่รู้ทำไร จึงคัดรูป เอารูปลงกระทู้ในห้องมือใหม่ ที่เมื่อวานไปอกทริปมา

 

วันจันทร์ ๓๐ ก.ค. ๕๐ เป็นกรรมกรทำงานปกติ กะว่าพอตกบ่ายจะแอบมางีบ แต่ก็ไม่ได้งีบ เพราะงานของเจ้จิ๋มหนะสิ ดันเอาไปรันบ้านพี่โดมไม่ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมรันไม่ได้ ต้องโทรไปถาม อ.ของเจ้เขา อ. ตอบมาว่าต้องรันบนวิน ๙๕ หรือ ๙๘ เท่านั้น เวรแล้วไง เรามีแต่วิน xp สะด้วยสิ เอาไงดีหว้า ตาเหลือบไปเห็น HD ๑๐ GB นั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ลงวินโดน์ใส่ไปใน HD ตัวนี้แหละ จะได้ไม่ต้องมายุ่งของเราด้วย เดี๋ยววินโดน์ที่เราใช้จะรวนไปด้วย คิดได้ดังนั้น เราจึงจัดการเปลี่ยน HD ลง ๙๘ แล้วรองรันโปรแกรมดู แป๋ว....ไม่ได้อีก อะไรหวะ ทำตั้งแต่เที่ยง ยันบ่ายสามแล้วนะ โทรหาฉิ่งดีกว่า(รบกวนฉิ่งอีกแล้ว เฮ้ย......ตูนี่แย่จริงๆ) ฉิ่งบอกไม่เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวจะหาวิน ๙๕ ให้แล้วกัน สิบนาทีผ่านไป ฉิ่งโทรกลับมา หาให้ได้ละ แถมไรท์ให้เสร็จ และฉิ่งบอกว่าได้เลนส์ Fix 50 /f1.8 มา เราจึงพาเจ่าเพนตะไปบ้านฉิ่งด้วย จะได้ลองเล่นดู แต่ก็ไม่ได้เล่น เพราะเมาส์มันคนละแบบกัน ของเราเป็นแบบกริป ส่วนเลสน์ของฉิ่งเป็นแบบเกรียว แห้วเลยตู พอบ่ายสี่กว่าๆ ออกจากบ้านฉิ่งกลับบ้าน กลับมาถึงก็ลองลงโน้นลงนี่ แต่ก็ไม่ได้อีก โอ้ย.....อะไรของมันฟะ งานตูก็ไม่ใช่ แต่ก็ต้องทำให้ เพราะรู้เรื่องคอมมากที่สุดในบ้านแล้ว ไม่ไหวแล้ว พักก่อนดีกว่า ลงไปหาอะไรกิน เดี๋ยวค่อยขึ้นมาทำใหม่

 

สองทุ่มขึ้นมาทำอีกรอบ คราวนี้เจ้ขึ้นมาคอยดูด้วย ทำยันสี่ทุ่ม เจ้ไม่ไหวลงไปนอน ส่วนเราไม่ไหวเหมือนกัน พักสายตาก่อนดีกว่า เราลงไปเก็บร้านตาม เก็บเสร็จขึ้นมาทำให้เจ้จนใช้งานได้แล้ว เราจึงเปลี่ยน HD คืนกลับมาเป็น xp เหมือนปกติที่ใช้ แต่ที่ไม่ปกติ คือ คืนนี้มีเพื่อนคุย msn เยอะขึ้น และคุยกันอย่างเมามัน วันนั้นคุยกับน้องกวาง ป้าก้อย และพี่เจษ จับทุกคนมารวมอยู่ห้องเดียวกัน คุยกันอย่างเมามัน แล้วพี่เจษก็ส่งกระทู้ตายหมู่มาให้ดู ก็พี่แกเล่นเรารูปที่เราถ่ายกับป้าก้อยและน้องกวางเอาไปลงในกระทู้หนะสิ อย่างนี้จะไม่เรียกว่าตายหมู่ได้ไง ๕๕๕ หลังจากนั้นตาเจษหนีไปนอนก่อนคนแรก น้องกวางตามไปติดๆ เหลือเราคุยกับป้าก้อยยาววว จนเราหิว ลงไปหาไรกิน กลับบ้านป้าหนีไปนอนอีกคนละ กว่าที่เราจะได้นอนปาเข้าไปโน้น ตีสอง เป็นเวลาปกติ เพราะมัวแต่คุยกับป้าก้อย ป้าเป็นหมอฟัน วันอังคารยังหยุดต่อ ป้าเลยคุยยาววววววว

 

วันอังคารที่ ๓๑ ก.ค. ๕๐ ตื่นมาสิบโมงกว่า ลงไปกาไรกิน น้ำไม่ต้องอาบ เพราะกะว่ากินเสร็จจะนอนต่อ แต่เปล่าเลย ไม่ได้นอน เจ้ดันเดินไปหาเฮียตี๋ ได้ความรู้มาใหม่ ต้องมาลองทำให้อีก แต่ set ไป set มา ของเราที่ทำได้เมื่อคืน ดีกว่า สรุปช่างมันละ ทำมันไปอย่างนี้แลหะ พอได้ เราจึงได้แว๊ปมานอนตอนบ่ายสองมั้ง ตื่นมาอีกที เจ้จิ๋มทำเสร็จและเข้าไปบ้านบางบัวแล้ว เฮ้ย...ยุ่งจริงๆเลย

 

แล้วชีวิตวุ่นๆได้ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ไม่รู้ว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างนี้อีกหรือเปล่า ไปหาเพลงเอามาลงดีกว่า โย่ๆๆๆ....ได้มาละ เพลงใหม่สะด้วย เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง แหวนดอกไม้ ละครเรื่องนี้น่ารักดี ดูสนุกๆ อมยิ้มกันไป ใกล้จะจบแล้วแหละ

 

เนื้อเพลง: ความรักเข้ามาเมื่อไหร่

อัลบั้ม: เพลงประกอบละคร แหวนดอกไม้

ของ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา

 

ก็อยู่ตัวคนเดียว อยู่เป็นโสดมาตั้งนาน ฉันคิดว่าฉันเป็นสุขดี ไม่ต้องคอยเอาใจใคร ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ไม่ต้องมีความรักก็ไม่ตายแต่วันคืนไม่เป็นใจ ชอบพาใครเดินเข้ามา ทำใจชาๆต้องหวั่นไหว เธอเข้ามาชวนทะเลาะ เข้ามาทำความวุ่นวาย และมาทำให้ใจหนึ่งใจคิดถึงเธอ

 

ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)

 

เธอก็ตัวคนเดียว อยู่เป็นโสดมาตั้งนาน เราลองมารักกันดีไหม เราจะคอยดูแลกัน เธอกับฉันใจแลกใจ ให้คุยกันก็มีแต่เรื่องดีๆ

 

ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)

 

ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)

 

อยากอยู่ใกล้ๆเธอ

อยากอยู่ใกล้ๆเธอ

July 27

Part 24 : เห่อกล้องใหม่ กิน กิน กินและกิน

Part 24 นี้กะว่าจะเขียนเรื่อง ตกหลุมรัก สะหน่อย แตก็นะ ด้วยความขี้เกียจ + อาการเห่อกล้องใหม่ จึงไม่มีเวลาเขียน และที่สำคัญสมองไม่แล่นเท่าไหร่ ใว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ

 

มาเริ่ม Songsak Dairy กันดีกว่า

 

วันพุธ(๑๘ ก.ค. ๕๐) ไปเอากระเป๋าเป้แมนยูฯมา จริงๆเราเด็กหงส์แดงนะ ในความคิด คิดว่า ต้องเป็นกระเป๋ากล้องแน่ๆ แต่เปล่าเลย ดันเป็นกระเป๋าเป้ธรรมดา ตอนรับมาดู อยากจะร้องให้ ทำไมมันไม่แถมเป๋ากล้องฟะ เป๋า paradox ก็ยังดี นี่แถมเป๋าแมนยูอีก ตูจะบ้า แต่ก็เอาฟะ ของฟรี ดีกว่าไม่มีแถม กลับมาบ้านด้วยความเซง อุสาแอบที่บ้านไปเอาถึงเซนทรัลเวิร์ล เซงๆๆๆๆๆโว้ย

 

วันพฤ(๑๙ ก.ค. ๕๐) มีอะไรเปล่าหว้า โดยตัวเราไม่มีนะ จะมีก็แค่เหล่าซิ๊มเสียเท่านั้น จริงๆแล้วต้องเรียกเหล่าโจ๊ซิ่ม เพราะป๊าเป็นเหลนแล้ว เราก็ต้องเป็นโหลนแล้วละ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร

 

วันศุกร์ (๒๐ ก.ค. ๕๐) ตอนแรกนึกว่าจะได้ไปรับน้องแป้ง แล้วไปงานศพ แต่พอไปข้างล่างเจ้ปุ๊ก เดี๋ยวเจ้ไปรับแล้วไปงานศพแทนเอง ให้ป๊อกไปพรุ่งนี้ อ่าว...ไหงเป็นงั้นละ อุสาวางแผนสะดิบดี เสียแผนหมด แต่ก็ดีแล้วที่เจ้ไป เพราะ ตอนบ่ายแอบหนีมาเล่นเน็ตได้คุยกับปุ๊ก แล้วก็ได้รูว่าปุ๊กถอยรถแล้ว เป็น Honda city zx รุ่น v/at เราก็เล็งรุ่นนี้ใว้พอดี แต่เป็นเกียร์ธรรมดานะ เพราะท่าที่อ่าน เกียร์ออโต้มีปัญหาเยอะ แล้วถ้าเสียนี่ เปลี่ยนใหม่ ซึ่งถ้าอยู่ในประกันก็ดีหรอก แต่ถ้าหมดประกันแล้วละ จะทำไง นั้นเกียร์ธรรมดาดีกว่า ขับเมื่อยหน่อย แต่ซ่อมง่ายกว่าเยอะ อะไหล่มีเพียบบบบบบบบบ

 

ปุ๊กบอกข้อมูลมาอีกว่า เล็ก(nemz) ก็ออก Honda Jazz แล้วด้วย ให้โทรไปถามข้อมูลเอา หุหุ เพิ่งรู้นะเนี่ย ถ้าปุ๊กม่บอกก็ยังไม่รู้ พอตกเย็นก็โทรหาสะเลย ได้ข้อมูลอะไรมาเพียบ แถมยังออกศูนย์พระรามสี่ใกล้ๆบ้านตรงนี้เองด้วย อย่างนี้เสร็จเรา หุหุ

 

ตกดึกได้คุยเรื่องการถ่ายรูปกับพี่อ้อยได้ความรู้มาเยอะเลย ทำให้เราได้รู้ว่า ความรู้เรื่องการถ่ายรูปที่มีอยู่ในหัวมันน้อยนิดจริงๆ และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาสักนิด คิดแล้ว อนาถจิตร (http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5640018/O5640018.html )

 

คืนนั้นกะทำการบ้านที่อ.ให้มาสะหน่อย อีหมงดันมาหา อยู่ยันตีสาม สรุปการบงการบ้านไม่ได้ทำ ได้แต่ฝึกการถ่ายภาพไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้มันเล่นเน็ต พอเราจะนอน ก็บอกให้มันโทรหาเพื่อนมันให้มารับมันกลับบ้าน

 

วันเสาร์(๒๔ ก.คง ๕๐) ตื่นมาแปดโมงกว่า อาบน้ำลงไปหาไรกิน กินเสร็จถึงได้ออกจากบ้าน ประมาณสิบโมงเห็นจะได้ เพราะนัดพี่เจษใว้สิบเอ็ดโมงที่มาบุญครอง ไปถึงมาบุญครอง พี่เจษมาแล้ว โอ๋เร็วสุดยอด ตอนเราออกจากบ้าน พี่ท่านเพิ่งจะอยู่สายใต้ใหม่ นี่มาก่อนเราอีก บินมาหรือไงฟะ

 

ตอนลงจากรถไฟฟ้า ขณะกำลังออกจากสถานี กระเป๋าขาดครับท่าน ตกใจอย่างแรง เพราะในเป๋ามีน้องแป้นอยู่ด้วย เห็นแล้วอยากจะกรี๊ดดดดดดดด น้องแป้นที่รักตกพื้น.!! เป๋ามันน้อยใจเราแน่เลย เพราะกะไปซื้อเป๋าใหม่ มันเลยขาดให้ดูเลย L

 

พอเจอเพี่เจษ ก็พากันไปดูเป๋ากล้อง แต่ไม่มีใบที่ถูกใจเลยสักลูก ไอ้ที่ถูกใจ ดันใบละสี่พัน แพงเกินความจำเป็น กะว่าจะให้พี่เจษซื้อแล้วเรายืมเป๋าพี่เจษเอา เวรกรรม...เป๋าที่พี่เจษจะซื้อดันหมดสะงั้น แบว่าขายดีจัด เราเลยต้องแบกแป้นน้อยในเป๋าที่ขาดไปเรียน อะไรมันจะแย่ได้แบบนี้ ดูเสร็จชวนพี่เจษไปหาไรกินที่ใต้ตึกเรียน มีแรงจูงใจคือสาวๆน่ารักๆทั้งนั้น พี่เจษเลยเดินไปด้วย หุหุ ขาเดินไป เป็นอย่างที่คิด น้องๆที่เดินสวนกัน น่ารักๆทั้งนั้น พอไปอยู่ใต้ตึกแล้ว บรรยากาศเป็นไปอย่างที่คิด หุหุ

 

พี่เจษกินเสร็จก็แยกย้าย พี่ท่านไปถ่ายรูปบัณฑิตต่อที่พระที่นั่งสนามจันทร์(ม.ศิลปากร) เรา ไก่และนุ่น ขึ้นมาเรียน วันนี้เรียนแบบเหนื่อยๆ ง่วงๆ แบบว่าขี้เกียจเรียน อยากเลิกเร็วๆ นั่งดูนาฬิกาตลอดเวลา เมื่อไหร่จะหมดเวลาสักที แล้วท้องเจ้ากรรมดันร้องสะดัง ไอ้นุ่นได้ยิน หัวเราะเสียงดังมากๆ เรานี่อายแทบจะมุดดินหนี แล้วมีการไปบอกอ.ด้วยนะ อ. ป๊อกมันจะย้อยตัวเองแล้ว ดูมันทำ อยากจะตีเหม่งมันจริงๆ กว่าอ.จะปล่อยปาเข้าไปห้าโมงครึ่ง ไก่มันโทรตามแล้วตามอีก เปาก็โทรมา ปุ๊กก็โทรมา โอ้ย....อะไรมันจะคิดถึงราขนาดนี้ฟะ เล่นสะแบตหมด

 

จริงๆแล้วหลังเลิกเรียนต้องไปงานศพ แต่วันนี้ปุ๊กมา งานศพต้องหลีกทาง หุหุ กว่าจะเจอปุ๊กเกือบหกโมง พอเจอก็มาตกลงกันจะกินอะไร แล้วก็ได้ข้อสรุป ไปกินค้กบุฟเฟ ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงพร้อมพงษ์ ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ตอนแรกนุ่นกะไปกินเค้กอีกที่(จำชื่อไม่ได้) แต่ดันมีบุฟเฟ่แค่กลางวัน ไม่มีตอนเย็น เราจึงไปร้านเค้ก Cafe' Buogiorno แทน ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ซอยเดียวกันนี้แหละ

 

แม๊...ร้านจะเดินเข้าไปลึกสักหน่อย แต่บรรยากาศดีมากๆ เหมาะแก่การจีบสาวหรือขอสาวแต่งงาน (ดูรูปได้ที่ http://thekop8888.multiply.com/photos/album/6 ) ตอนเดินไปเลือกเค้ก ตอนแรกก็สั่งกันใหญ่ สั่งมาสิบกว่าชิ้นได้ ดีนะที่ไก่มันเบรกใว้ก่อน ไม่งั้นสั่งมาเยอะกว่านี้ กินไม่หมดแหง เพราะตอนดูก็น่ากินจริงๆ แต่พอกินไปได้สักพักความเลี่ยนมาเยือน แถมเจอเค้กที่รสชาตเหมือนใช้นมบูดทำอีก อาการเลื่อนยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ กินเสร็จแล้วอยากกินโค้กหรือแป๊ปซี่ กินให้มันเลอ แต่ดันสั่งโกโก้ปั่น(แก้วละ 95 บ.) รอนานมากกกกกกกก ไม่รู้มันไปปลูกต้นโกโก้อยู่หรือไง พอโกโก้มา ในความคิดเรา มันต้องอร่อยแน่ๆเลย เพราะเห็นราคาแล้ว มันน่าจะแปรผันตรงกับความอร่อย แต่แล้ว แต่แล้ว โอ๋....มายก็อด รสอะไรของมันเนี่ย ไม่หวาน ไม่มีกลิ่นโกโก้ มีแต่ความเย็นให้ได้ลิ่มลอง ในใจคิด ใครก็ได้ช้วยบอกตูที ว่าไอ้แก้วที่อยู่ข้างหน้าเนี่ยมันเรียกว่าน้ำอะไร สาบานได้ว่ามันไม่ได้เป็นน้ำโกโก้ปั่น เอาไงดีละ เค้กยังเหลืออยู่ ต้องกินให้หมด ไม่งั้นโดนปรับชิ้นละสี่สิบ หันไปมองหน้ากับไก่ เออ...นั้นเมิงกับกรูคนละครึ่ง โอเค ดีมากเพื่อน คือวันนั้นถ้าไม่ได้ไก่มันช้วนกินนี่เหลือแหง แล้วถ้ากินคนเดียวหมด จะอวกให้ดูเลย สรุปแล้วต่อคนต้องจ่าย 250 บ. (122 + โกโก้ปั่น 95 * vat 17% )เป็นราคาที่แพงมากๆๆๆๆๆๆๆ

 

กินเสร็จ เอาไงดี หันหน้ามอง นุ่น ปุ๊ก และไก่ นุ่นเสนอ ปิดด้วยราเมงมะ เออนั้นก็ดี เผื่อจะแก้เลี่ยนได้บ้าง ไก่มันก็เอาเลย นั้นไปร้านที่กรูเล็งมานานละ ราเมง Tan Tan อยู่ซอยสุขุมวิท 33/1 เดินเข้าไปในร้านได้บรรยากาศญี่ปุ่นดี หาโต๊ะนั่งได้แล้ว เพนง. ส่งเมนูให้ดู โอ๋...น่ากินๆ น่ากินทุกยอ่าง เราสั่งราเมงหน้าแกงกะหลี่หมูทอด ปุ๊กสั่งราเมงรวม ไก่กับนุ่นสั่งอะไรจำไม่ได้ละ พอราเมงมา ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ แล้วจะกินหมดมั้ยเนี่ย แต่ก็กินกันไป นั่งกันไปสักพัก ปุ๊ก ป๊อก แกช้วยฉันกินด้วยนะ ในขณะที่เรากินจะหมดละ เราจึงยื่นชามให้ปุ๊กคีบใส่ชามให้ เรารับมาก็กินไป จนหมดชามจนได้ ท้องบวมเปล่ง ถ้ามีใครมาต่อยท้อง มีอวกใส่แหง ส่วนปุ๊กหลังจากที่ตักให้เรามาครึ่งหนึ่งก็แล้ว แต่ก็ยังกินไม่หมด นุ่นแบ่งให้ไก่ครึ่งหนึ่งเหมือนกัน จึงทำให้นุ่นกินหมด ไก่มันกินของมันหมดและส่วนของนุ่นก็หมดด้วย กินเสร็จ ได้เวลาสลายตัว เรากลับบ้าน ไก่และนุ่นกลับหอ ปุ๊กกลับคอนโดที่เมืองทอง

 

กลับมาถึงบ้าน รีบเก็บร้าน จัดของ แล้วรีบขึ้นมาดูรูป ปรากฏว่า รูปไม่ได้เรื่องเลย ถ่ายมาเป็นสิบ ใช้ได้สิบรูป หมดกัน เค้กน่ากินๆ กลายเป็นอะไรที่ไม่น่ากินขึ้นมา คิดแล้วเศร้า เสียดายรูป แล้วเราก็คัดเอาที่ดีมาทำลายเซนต์ใน ps cs พอเสร็จ ค่อย update ขึ้น multiply พอเสร็จ ปิดคอมนอน ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

 

คืนนั้นนัดเป้ว่าจะรอรับรูปที่ไปงานแต่งของวสันต์ เพราะเป้เพิ่งกลับจากภูเก็ต พอรับ ส่ง รูปกันเสร็จ เราค่อยเอารูปขึ้น multiply อีกชุด สรุปแล้ววันนั้นเราเอารูปขึ้น multiply 3 ชุดด้วยกัน 1. กล้องใหม่ 2. เค้กปุฟเฟ่ 3. งานแต่งวสันต์

 

ตื่นมาวันอาทิตย์ (๒๒ ก.ค.๕๐) อยู่กับเจ้ปุ๊กสองคน แบ่งกันทำงานตามที่ใครรับผิดชอบ พอตกบ่าย เอาขนมปังปี๊บมาใส่ถุง แล้วก็ดู concert สีฟ้าไปด้วย คอนสิร์ตเล่นดีมาก ร้องสด นักร้องคุณภาพมากๆ ฟังไปขายของไปด้วย จัดขนมด้วย แต่วันนั้นเงียบๆ ลูกค้าไม่ค่อยมีด้วย จัดขนมเสร็จ ก็จัดของเก็บร้าน หาช้าวมื้อเย็นกิน กินเสร็จ เก็บร้าน รอป๊าม้ากลับมาจากไปทำบุญที่ฉะเชิงเทรามา กลับกันมากันเกือบสามทุ่ม หลังจากนั้นเรายกของเช้าร้าน ปิดร้านตามเวลาปกติ

 

วันจันทร์ (๒๓ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาเช้าหน่อย เพราะป๊ากับเจ้ปุ๊กต้องไปส่งศพเหล่าซิ่ม เราต้องลงมาเฝ้าร้าน พอเที่ยง เจ้ปุ๊กมา สั่งให้เราไปซื้อหมูแผ่น ตอนไปฝนใกล้ตกแล้ว กำลังจะจ่ายเงินค่าหมูแผ่นเลย ฝนดันเทกระหน่ำ ทำให้ติดฝนอยู่ที่ตลาดอยู่นาน รอฝนซาค่อยได้กลับบ้าน แต่ฝนเจ้ากรรม ขี่จักรยานมาได้ครึ่งทาง ตกหนักขึ้นมาอีก กะว่าจะไม่เปียก เปียกจนได้ กลับมาถึงบ้าน เราก็ขึ้นมานอน กว่าจะตื่นลงไปเกือบหกโมง แล้วก็ทำกิจกรรมตามปกติที่ต้องทำทุกวัน หุหุ

 

วันอังคาร (๒๔ ก.ค. ๕๐) วันนั้นเล่นเน็ตทั้งวัน แล้วก็น้องมาใหม่หนึ่งคน ได้มาแบบแปลกๆ เพราะ เราเห็นว่าเป็นเมลล์ของปุ้ย แต่คนคุยกลับไม่ใช่ กลายเป็นน้องมาแทน คุยกันถูกคอดี แล้วก็แลกเบอร์กัน นี่เขาก็โทรมาคุยด้วยเลย บอกว่าอยากได้ยินเสียง ก๊าๆๆๆ อย่างนี้ก็มีด้วยวุ่ย ใว้น้องเจอหน้าก่อนเถอะแล้วจะ หลอน ๕๕๕

 

วันพุธ(๒๕ ก.ค. ๕๐) ตั้งใจว่าจะเขียน space ให้เสร็จ แต่ก็นะ คนมันเห่อกล้องนี่หว้า มั่วแต่ถ่ายรูปเล่น อ่านกระทู้ คุยกับป้าอ้อย ปาเข้าไปตีสามแล้ว เลยไม่ได้เขียนให้เสร็จ ต้องยกยอดไปวันพฤหัส

 

วันพฤหัส (๒๖ ก.ค. ๕๐) วันนี้ต้องตื่นแต่เช้า ไปซื้อยาที่ รพ. จุฬา ไปซื้อของที่โลตัส และไปลอง run program mfoxplus ให้เจ้จิ๊มที่วัดธาตุทอง โอ.....กิจกรรมเยอะวุ่ย กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จเกือบบ่ายสาม ถึงได้มานอนต่อ ตื่นลงไปห้าโมงกว่า หาอะไรกิน แล้วค่อยจัดของ เก็บของเหมือนเดิม ชีวิตซ่ำซากจำเจดีจริงๆ เฮ้ย.......

 

อาทิตย์นี้เขียนน้อยวุ่ย แบบว่าไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนเท่าไหร่ มีแต่อารมณ์หื่น เอ๊ย....อารมณ์เห่อกล้องมาแทน หยิบๆจับๆลูบๆคลำๆ เล่นตลอดเลย ๕๕๕

 

ไปหาเพลงดีกว่า ได้มาละ เป็นเพลงตลาดๆสักหน่อย ซึ่งปกติจะปิดด้วยเพลงที่คนเขาไม่ค่อยได้ฟังกัน

 

เนื้อเพลง: พรหมลิขิต

อัลบั้ม: Begins

ศิลปิน : Big Ass

 

เหม่อมองบนฟ้าไกล จ้องมองด้วยความสงสัย ว่าใครกันนะใคร ที่พาให้เธอเดินหลงทางมาเจอกับฉัน มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุจริงๆ ที่เราเจอกัน จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ

 

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่ โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว ฉันขอได้ไหม

 

เมื่อก่อนลมหายใจ ก็คิดว่าเป็นของฉัน แต่พอไดด้พบเธอ เพิ่งรู้จริงๆ ลมหายใจคือเธอเท่านั้น มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

 

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่ โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว ฉันขอได้ไหม

 

คนมีอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผล ที่เธอต้องเลือกฉัน จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

 

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่ โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว ฉันขอได้ไหม

 

โอ้ว โอว ฉันขอได้ไหม

July 19

Part 23 : ความรักคืออะไร? น้องแป้น งานแต่งงาน และการบ้าน

ความรักคืออะไร ?

- เคยมีใครหาคำตอบได้หรือเปล่าว่า แท้ที่จริงแล้ว ความรักคืออะไร คิดว่า ไม่... ไม่เคยมีใครให้คำจำกัดความที่แน่นอนของความรักได้ว่ามันคืออะไร รัก คือ การให้ที่ไม่ต้องการผลตอบแทน รัก คือ ความเสียสละ รัก คือ ความจงรักภักดี และซื่อสัตย์ รัก คือ อดทนทุกอย่าง จริงใจให้กัน รัก คือ เธอและฉันสองคน รัก คือ ...(แล้วแต่ใครจะเติมลงไปในช่องว่า) อย่างนั้นหรือ คงไม่จริงมั้ง รัก... ไม่เหมือนคณิตศาสตร์ที่มีกฎและสูตรตายตัวสักหน่อย รัก... ไม่เหมือนนิยาย ที่สุดท้ายแล้ว พระเอกกับนางเอกก็รักกัน แต่งงานกันเป็นสูตรสำเร็จ... เพราะไม่รู้ไงว่ามันคืออะไร ไม่เคยมีใครบัญญัติไว้ได้แน่นอน ไม่มีหนังสือ ตำรา หรือแม้กระทั้งงานวิจัยเล่มไหนที่ใช้อ้างอิงได้แน่นอนว่า รัก คือ อะไร ? เราจึงต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ฉะนั้น ความรักของเราจึงเป็น ปริศนาเราพยายามค้นคว้า ค้นหา เพื่อหาคำตอบ นั้นมาให้ได้ ว่าที่แท้จริงแล้ว คำตอบของปริศนาข้อนี้คืออะไร หากแต่ว่าเราก็ยังไม่เคยได้รับคำตอบสักที เอาแบบไหนดีละ เอาแบบในอุดมคติอย่างนั้นหรือ ? รัก คือ ความสวยงาม รัก คือ ความเข้าใจ รัก คือ การให้อภัย รัก คือ .... แต่คงยากหนะ ที่จะเป็นแบบนี้ได้ ความรักสำหรับราหนะหรือ? ความรักคืออะไรนะ ความรักคือการให้ ให้เขาทั้งๆที่รู้ว่าเราจะไม่ได้ความรักตอบแทน แต่เราก็ยินดีและพร้อมที่จะให้เขาได้เสมอ จะคอยอยู่เขียงข้างเขาในวันที่อ่อนแอ เราก็จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป เวลาเขามีปัญหาอะไร แล้วเขาคิดถึงเรา ให้เราเป็นที่ปรึกษา เป็นที่ระบาย และให้เราเป็นคนคอยปลอบใจ อย่างนั้นหรือ ? เรายังหาปริศนาข้อนี้ไม่ไดอยุ่ดี เราบอกไม่ได้นะว่าทำไม ตอนนี้คงตอบได้เพียงว่า ไม่รู้ เท่านั้น และจะตามหาต่อไปว่า รัก คือ อะไร? ถ้ามีใครรู้ก็ช้วยบอกทีนะ

 

ความรักก็คงเหมือนการซื้อรองเท้าละมั้ง ซื้อใหญ่ไป ก็เดินไม่สบาย ซื้อมาเล็กไป ก็โดนรองเท้ากัดเป็นแผล ฉะนั้น เราต้องซื้อรองเท้าที่พอดีๆ สามารถใส่ไปไหนมาได้สบายเท้า และเหมาะสมกับผู้สวมใส่ ความรักก็เช่นกัน ถ้าเราให้เขามากไป มันก็เยอะเกินความจำเป็น ให้น้อยไป ก็เหมือนไม่เอาใจใส่ดูแลเขาเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น เราต้องให้ความรักซึ่งกันและกันอย่างพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป

 

กว่าจะได้ up space ปาเข้าไปวันพุธ(๑๘ ก.ค. ๕๐) อีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสายโทรศัพท์นะ แบบว่ามีเรื่องในหัวมากมาย มากมายจนต้องมานั่งเรียงลำดับ เรียบเรียงอะไรๆต่อมิอะไรในหัวสะใหม่ แล้วค่อยทำการพิมพ์ ไม่งั้นเหตุการณ์อะไรต่างๆ มันจะตีกัน วนไปวนมา เดี๋ยวจะไม่รู้เรื่องเอาได้

 

เมื่อ part 22 เราเขียนไป หกหน้ากระดาษ A4 ไม่รู้ว่าเขียนไปได้ยังไงเหมือนกัน แล้ว part นี้หละ เราจะเขียนกี่หน้า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ใว้คราวหน้าจะมาเฉลยให้ฟังนะ

 

เริ่มเลยดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้นอนเช้า เพราะตอนนี้ก็ตีหนึ่งครึ่งแล้ว หุหุ

 

วันพุธถึงวันศุกร์( ๑๑-๑๓ ก.ค. ๕๐) อยู่ร้านตามปกติ ไม่มีอะไรมาก นอกจากจะปั่นการบ้านและก็หาข้อมูลเกี่ยวกับน้องแป้น เคร้อยดี(http://www.dpreview.com/reviews/PentaxK100D/ ) ไปเรื่อยๆ และหวังใว้ว่าวันเสาร์หรืออาทิตย์นี้จะได้ไปสู้ขอนะ

 

วันเสา(๑๕ ก.ค. ๕๐)ร์ตื่นมาแต่เช้า เตรียมตัวไปเรียน แต่เมื่อคืนลืม print การบ้าน พอทำเสร็จ ปิดคอมสะงั้น เลยต้องมานั่ง print ตอนเช้า print เสร็จ ลงไปกินก๊วยเตี๊ยว วันนี้ม่าม้าตื่นมาทำแต่เช้าเพื่อให้เราได้กินก่อนไปเรียน เราเลยซัดไปสะสองชามก่อนออกไปเรียน ๕๕๕ ออกจากไปก็แวะเอา small talk moto ของเจ้เปิ้ลไปเคลมที่สยามพารากอนก่อน แต่ shop moto ดันปิดสะงั้น จริงๆแล้วเรากะไปเดินงาน big pro day ก่อน แต่ด้วยเวลาไม่น่าจะทัน เราจึงเดินไปเรียนก่อน แล้วหลังเลิกเรียนค่อยไปเดินก็ทัน

 

วันนี้อาจารย์แพทมาสายแฮะ นึกว่าจะไม่มาสะแล้ว เห็นแฟนอาจารย์บอกว่าฟันอาจารย์แตก ต้องไปหาหมอรักษาฟัน และกลับมากินยาแก้ปวดด้วย นึกว่าจะมาสอนไม่ได้สะแล้ว ถ้ามาไม่ได้ เราละ Happy สุดๆ แบบว่าขี้เกียจอย่างแรงและง่วงนอนด้วย ๕๕๕ วันนี้เลยเรียนไม่รู้เรื่องเลย อ.ก็พยายามกระตุ่นอยู่นะ เรียกเราอยู่เรื่อย ให้เรา active พอตอนท้ายคาบ ก็เอาเพลง I will survive . มาให้เราเติมคำ เพลงร้องเร็วมากกกกกกกกก ฟังไม่ทันเลย สรุปแล้วตอบถูกสองหรือสามข้อเอง และก็เพลงเด็กๆ ร้องช้าหน่อยมาให้เติม เราก็ยังเติมไม่ค่อยได้อยู่ดี ๕๕๕

 

เรียนเสร็จก็กลับบ้านทันที ไม่ได้ไปเดินงาน big pro day เอาใว้ค่อยเดินพรุ่งนี้แล้วกัน เพราะไก่มันอยากไปเดินด้วย เมื่อตอนกลางวันเจอไก่ มันพูดเหมือนอยากไปด้วย เราก็รอมันด้วยแล้วกัน กลับถึงบ้านก็หาไรกิน เฝ้าร้าน เก็บร้าน เหมือนทุกวัน

 

อาทิตย์นี้ได้การบ้านมาสามชิ้น

๑.    หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่อ.ให้มา แล้วแยกไปใส่ในหัวข้อต่างๆตามที่อ.กำหนดมา

๒.    ให้เลือกคำที่หน้า A7 Appendices 7 มา ๑๐ คำ แล้วแต่งประโยค

๓.    เขียน Past Perfect ครึ่งหน้า

ซึ่งตอนนี้ยังไม่เริ่มทำสักอย่าง และก็ไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่า ต้องรอลุ่นอีกทีว่าจะทำหรือเปล่าด้วย ๕๕๕

 

วันอาทิตย์ตื่นมาแต่เช้า เตรียมตัวอาบน้ำ และก็คิดโปรแกรม วันนี้มีอะไรต้องไปบ้างหว้า

๑. ไปทำธุระหน้าราม

๒. ไปสู่ขอน้องแป้น(Pentax K100D + Lens kid 18-55/f 3.5-5.5) ในงาน Big Pro Day ที่ เซนทรัลเวิร์ล

๓. เอา MP4 player ไปเคลม ที่พันทิพย์

๔ ไปงานแต่งงานวสันต์ ตอนเย็น

๕. หลังจากงานแต่ง อาจมีไปต่อกับเพื่อนๆ

คิดได้ดังนี้แล้วรีบดีกว่าตู เดี๋ยวจะไม่ทัน ลงไปม่าม้าทำข้าวผัด(เอาของเหลือจากกับข้าวเมื่อวานมาผัดรวมกันและตอกไข่ใส่เข้าไป ๕๕๕) กินเสร็จรีบไปๆ ยืนหน้าบ้าน พอดี 109 มาจอดหน้าบ้าน เราก็กระโดดขึ้น ใช้เวลาสิบห้านาที ถึงหน้าราม ทำธุระ ห้านาทีเสร็จ เฮ้ย...นั่งรถมาตั้งนาน เพื่อมาแค่เนี่ย หุหุ

 

พอ ๑๐.๓๕ น. ถึงเซนทรัลเวิร์ลละ นัดไก่ใว้ ๑๑.๓๐ ๑๒.๐๐ น. ไปถึงก่อนตั้งชั่วโมง จะทำอะไรดี พันทิพย์ร้านก็ยังไม่เปิดครบด้วย อืม.....! ไปเดินดูน้องแป้นเลยดีกว่า สืบราคาและของแถม ไปถึงบูธ(Booth) พนักงานยังจัดไม่สเร็จเลย แต่มีคนมาซื้อละคนหนึ่ง สอย เคสิบดีสะด้วย เห็นแล้วน้ำลายหก อย่าได้บ้าง หุหุ แต่สำหรับเรา เคร้อยดี ก็พอแล้ว ใว้ถ่ายเก่งๆแล้วรับงานได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ค่อยซื้อแบบโปรมากกว่านี้มาใช้ ไปจดๆจ้องๆตู้อยู่นาน พนักงานคงเห็นเราทำน้ำลายหก(แบบว่าไอ้นี่ก็อยากได้ ไอ้นั้นก็ดี เห็นแล้ว อยากได้เร็วๆ)ใส่ตู้เขาละมั้ง รีบวิ่งมาถาม สนใจกล้องตัวไหนค่ะ(สงสัยกลัวน้ำลายเราจะมีเชื้อบ้าแล้วไหลไปโดนตู้เขาเข้า) เราถาม เคร้อยดี ราคาตามนี้เลยหรือเปล่า(17900) แล้วของแถมมีอะไรบ้าง เขาก็ตอบมาแบบเร็วปานจรวด ฟังไม่ทันเลยมีอะไรบ้าง จะรับไปตอนนี้เลยหรือเปล่าค่ะ ยังครับๆ เพื่อนที่นัดใว้ยังไม่มา รอเขามารูดให้ ค่ะ ถ้าไงขอจองใว้ตัวหนึ่งนะครับ ค่ะ

 

แล้วเราก็เดินออกจากบูธมา โทรหาไก่อีกที มันเพิ่งอยู่รถไฟใต้ดินสถานนีพระรามเก้าเอง เฮ้ย...ทำอะไรอยู่ฟะ มาช้าจัง ตอนคุย ไก่มันก็ต่อรอง ไปกินชาบุชิก่อนได้มั้ยแล้วค่อยไปซื้อ เราตอบไม่ได้ๆ ต้องมาซื้อก่อน หลังจากนั้น จะเอายังไงค่อยว่ากัน  รู้เปล่าว่าคนมันใจร้อน อยากได้ของแล้ว (อารมณ์เด็กอยากได้ของเล่นกำเริบอย่างหนัก) เอาไงดีฟะตู โทรหาป๊าเจษดีกว่า คุยกันไปยี่สิบนาที โทรหาไก่อีกที อยู่ไหนแล้ว เออ...จะถึงแล้ว ไปรอที่นัดหมายได้เลย จะของมันนี่อยู่ไหนฟะ  เดินไปถามโปรมือถือให้อี๊หม๊วยก่อนดีกว่า ไปถึง shop ยังไม่ทันถามเลย โทรมาละ ถึงแล้ว เออๆ เดี๋ยวไปหา ถามเสร็จก็วิ่งปรู๊ดเลยครับท่าน กลัวมันรอนาน(เปล่าหรอก อยากพามันไปสู่ของน้องแป้นเร็วๆต่างหาก ๕๕๕)

 

เดินไปเจอไก่กับนุ่น แทบจะอยากจะสองคนนี้วิ่ง เพื่อจะได้ไปสู่ขอเร็ว แต่ต้องเก็บอาการนิดหนึ่ง เดี๋ยวจะหาว่าเราบ้า พอเดินไปถึงบูธ เราก็สั่งเลย เขาก็เอาของมากองๆใว้มีอะไรบ้าง

๑. Pentax K100D + SMC Pentax-DA 18-55 mm.  F 3.5-5.6 AL

๒. ขาตั้งกล้อง vertex มีแค่ถูกไถใช้งานจริงคงลำบาก เพราะขาตั้งอย่างกะไม้จี่มฟัน บอบบางมากๆ

. SD Card Apacer Hi-speed 60x 1 GB (ของเรามีอีกหนึ่งกิ๊ก ตอนนี้เท่ากับว่าเรามีเมมสองกิ๊กละ)

. แผ่นกันรอย(ติดที่ lcd และได้ทำการติดแล้ว)

. ผ้าเช็ดกล้อง เรามีของที่ร้าน AVcamera (http://www.avcamera.com/) ให้มาหนึ่งผืนแล้ว เท่ากับว่านี่ได้มาผืนที่สอง

. กระเป๋าสะพายของแมนยู ลิขสิทธิ์แท้ ราคาตั้ง 1990 แหนะ (เราเป็นเด็กหงส์ ใช้กระเป๋าแมนยูฯ มันยังไงๆอยู่แฮะ (เฮ้ย....แย่มากๆ) ไม่เป็นไร เดี๋ยวแกะออกแล้วหารูปหงส์แดงมาติด หุหุ) แต่ตอนี้ยังไม่ได้ของเพราะของหมด ใว้ค่อยไปเอาอาทิตย์หน้า

 

พอเขาประกอบกล้องเข้ากับเลนส์เสร็จให้เราลองถ่าย ถ่ายรูปเถ่าแก่นุ่นรูปแรก(นุ่นเป็นคนรูดปรี๊ดๆให้ ๕๕๕) ลองได้สักพัก ก็โอเค จัดการจ่ายตังค์ เขียนใบประกันและตรวจสอบของแถมที่บอกว่าจะมีให้ ตรวจสอบเสร็จ เป็นอันว่าครบ ณ ตอนนั้น แต่ตอนนี้นึกขึ้นมาได้ว่า มันขาดอุปกรณ์ทำความสะอาดเลนส์นี่หว้า แต่ไม่ไม่เป็นไร ซื้อเองได้ ชุดหนึ่งสี่ห้าสิบบาท ใว้รอไปเอากระเป๋าแมนยูดีกว่า หุหุ

 

ออกจากบูธ ไปหาไรกิน ไก่กับนุ่นอยากกินอะไรร้อนๆ เลยไปดูชาบุชิที่ชั้นหก โอ๋.....พระเจ้า คนอย่างเยอะ นั้นเปลี่ยนเป็น MK ที่บิ๊กซีแล้วกัน พอกินเสร็จ ไปเดินพันทิพย์ หาที่ชาร์จเครื่องเล่น MP4 ไปเจอร้านใจดี ให้เราลองตั้งนาน แถมจะคืนเงินให้เราอีกทั้งที่เรายังไม่ได้ซื้อของร้านเขาเลย สรุปชาร์จไม่ได้ เวรกำ เอาไงดีหว้า? นึกขึ้นมาได้ที่ชั้นลอยมีศูนย์ Apacer นี่หว้า เอาไปเคลมมันสะเลย เคลมเสร็จ อยากกินไอศรีม เลยแวะกินก่อนกลับ ขณะเดินกลับก็แวะไปที่บูอีกที เพื่อถามกระเป๋ามายัง เขาก็บอกกระเป๋ายังไม่มา ให้มาเอาอีกทีวันหลัง เราก็โอเค จะรีบกลับละ นัดตี๋ใว้ห้าโมงครึ่งมารับ นี่มันสี่โมงแล้ว กลัวกลับไปอาบน้ำแต่งตัวไม่ทัน

 

กลับถึงบ้านเกือบห้าโมง ม่าม้าถาม นัดกี่โมง ห้าโมงครี่งรถมารับหน้าบ้าน แล้วจะทันมั้ยเนี่ย ห้าโมงแล้ว รีบๆไปอาบน้ำไป๊ และจะกินอะไรก่อนมั้ย มีผัดซีอิ้วนะ ไม่กินแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน เราก็รีบจะแย่แล้ว เดินจนขาขวิดแล้ว อาบน้ำสเร็จยังไม่ทันแต่งตัวไอ้บ๊องโทรมาตามแล้ว เออ...เอาไงดีหว้า ไปกับไอ้บ๊องดีหรือตี๋ดีหว้า ไปกับบ๊องแล้วกัน ตี๋มันจะได้ไม่ต้องเลี้ยวมารับ เพราะรถตี๋เสีย ต้องไปเป้ไปรับและยังมีแอนอีกคน รถไอ้เป้ก็เล็กเหลือเกิน คิดได้ดังนั้น โทรไปบอกตี๋ไม่ต้องมรรับแล้ว เดี๋ยวไปกับไอ้บ๊องแทน

 

ห้าครึ่งพอดี ไอ้บ๊องก็มารับละ ในรถมีเอกเป็นทั้งเจ้าของรถและคนขับ ยิ้ม(เพื่อนเราและตอนนี้ได้เป็นแฟนเอกแล้ว หุหุ) ไอ้บ๊องและเรา รวมสี่คน นั่งสบายๆ ดีกว่าไปเบียดในยาริสของไอ้เป้ หน่อย ๕๕๕ ไปถึงงานหกโมงนิดๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย เห็นแต่แม่เจ้าบ่าว เราดันจำไม่ได้สะด้วย ดีนะตี๊มันจำได้ เลยได้เข้าไปสวัสดี ทั้งที่จริงๆแม่ไอ้หวะ เดินไปเดินมาจะชนอยู่แล้ว ตูนี่แย่จริงๆ หลังจากนั้นเพื่อนๆก็ทยอยมากัน มีใครบ้างหว้า มี เรา บ๊อง เอก ยิ้ม ตี๋ แอน เป้ ปอ ฉิ่ง วิน ฯลฯ ไปดูรูปเอาเองดีกว่าที่ http://thekop8888.multiply.com/photos/album/4 เพราะมันเยอะจัด กว่าจะเขียนหมดคงอีกนาน

 

งานแต่งวสันต์ จัดได้โรแมนติกมากๆ เลือกเพลงได้ตรงกับใจเราทุกเพลง มีการฉายภาพหร้อมเพลงประกอบ(จำชื่อเพลงไม่ได้อะ) และที่สุดยอดคือ รูปภาพประกอบเพลง จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ ซึ่งเจ้าบ่าวเล่นกีตาร์เองร้องเอง และจัดแต่งรูปเอง โอ๋....สุดยอด เราประทับใจอยู่รูปหนึ่ง คือ รูปตั๋วรถเมล์ ที่ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน เจ้าบ่าวนำมารวมกันและถ่ายรูปเก็บใว้ สุดยอดเลย ของเล็กๆน้อยๆ ยังดูแลเอาใจใส่ อิจฉาเจ้าสาวสะแล้วสิ คิดว่าเพื่อนเราต้องดูแลเจ้าสาว(ปิ๊ก)ได้เป็นอย่างดีแน่เลย ขอให้ทั้งคู่มีความสุขมากๆ และมีหลานมาให้พวกเราเล่นเร็วๆ โชดดีตลอดไป

 

โต๊ะเรากินอาหารกันเก่งมากกกกกกกกก เก่งจนเหลือทุกอย่าง ไม่มีอะไรหมดสักกะอย่าง และเหลือเยะด้วย เพราะแทบไม่มีใครกินอะไรเลย ปากก็ขยับนะ แต่ขยับคุยกันมากกว่า วนไปวนมานั่งคุยกันคนโน้นคนนี้ คุยกันจนคอแห้ง แบบว่านานๆเจอเพื่อนๆเยอะขนาดนี้ เลยคุยกันมันออกรสสุดๆ ๕๕๕

 

พองานเลิกเรากลับกับเอกเหมือนขามา ส่วนอีกกลุ่มไปต่อกันที่เอกมัย แต่เราไม่ชอบบุหรี่ เหล้าก็ไม่กิน และเสียงดัง นั้นไม่ไปดีกว่า ที่สำคัญ ต้องกลับมาปิดร้าน เพราะวันนี้ออกไปทั้งวัน ป๊าอยู่คนเดียวทั้งวันแล้ว ไม่รู้เจ้ปุ๊กจะกลับมากี่โมงด้วย กลับมาถึงบ้านสี่ทุ่มครึ่ง ก็รีบเก็บรีบนับเงิน ปิดร้าน ขึ้นมารอรับรูปจากไอ้บ๊อง พอเสร็จก็อัพขึ้น multiply ทันที เสร็จแล้วส่งให้ไอ้เษม ไอ้ปิ และฉิ่งดู มีแต่คนบอกอัพเร็วมากๆ ก็แบบว่าคนมันใจร้อนและอยากทำให้เสร็จเร็วหนะ เพื่อนๆจะได้ดูกัน อัพเสร็จเราค่อยอาบน้ำ เข้านอนเกือบตีสอง เป็นอีกวันที่ใช้ร่างกายอย่างสาหัสสากัน หุหุ

 

วันจันทร์ตื่นมาแปดโมง ตรวจสอบรูปที่เอาขึ้นอีกที อ่าวมีอยู่รูปหนึ่ยงยังไม่ได้ปรับให้ตั้งเลยแฮะ เราก็รีบจัดการสะใหม่ แล้วเพื่อนๆก็พาเหรดกัน online เข้ามา เราก็แจก url ให้เพื่อนๆได้เข้าไปดูรูปกันอย่างเมามัน ๕๕๕ พอสักสิบโมง ก็หนีไปหาอะไรกินละ กว่าจะได้ลับมานั่งหน้าคอมอีกรอบก็สี่โมง คุยกับเพื่อนๆต่อจากที่ค้างใว้ตอนเช้า เสร็จแล้วก็ไปเฝ้าร้านเก็บร้านตามปกติ

 

ตกดึกก็อ่านกระทู้ ตอบกระทู้และตั้งกระทู้รายงานตัวว่าได้ไปสู่ขอน้องแป้นมาแล้ว(http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5613418/O5613418.html) ตอนนี้กำลังนึกอยู่ว่าจะตั้งชื่อน้องแป้นที่เพิ่งไปสู่ขอมาใหม่ว่าอะไร เพราะ กล้องปัญญาอ่อน Canon Power shot A510 มีชื่อว่า เอคุง เลยอยากตั้งชื่อกล้องตัวนี้ด้วย เพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน ช้วยเราคิด้วยนะ แล้วจะมาบอกคราวหน้าว่าตั้งชื่อว่าอะไรดี

 

วันอังคารว่าจะเขียน space แต่อีต่อดันโทรมาเมาส์แตก ไอ้ที่อยู่ในหัวยุ่งๆอยู่แล้ว ขึนเขียนไปคุยไป มีหวังต้องมานั่งแก้ใหม่ นั้น อ่านกระทู้ไป คุยโทรศัพท์ไปดีกว่า กว่าจะได้วางตีสองได้มั้ง

 

ตอนนี้คนรอบกายกำลัง In Love ทั้งนั้นเลย อิจฉาจริงๆเลยวุ่ย แล้วเมื่อไหร่ตูจะมีกับเขาบ้างละเนี่ย รอพรหมลิขิตก็แล้ว หาก็แล้ว ไม่เห็นจะมีบ้างเลย เอ๊ย....นั้นรอต่อไป หุหุ

 

ไปหาเพลงก่อนดีกว่า....... ได้มาแล้ว เพลงของวงโซฟา เพลงนี้พี่โตนร้องได้ใจมากๆ โอ๋โห...นี่มันตีสามกว่าแล้ว ไปนอนดีกว่า

 

เนื้อเพลง: คำว่ารัก

อัลบั้ม: Yes!

ศิลปิน : โซฟา

 

แกล้งบอกกับทุกคนว่าชอบอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่หัวใจของฉันช่างเปล่าเปลี่ยว มันนานเท่าไหร่ที่ตัวฉันไม่ได้บอกรักใครสักคน จนฉันได้พบเธอฉันอยากจะพูดคำนั้นอีกสักหน...กับเธอ

 

ฉันอยากจะรักเธออย่างที่คนเขารักกัน เธอคือคนที่ฉันนั้นอยากจะรู้ใจ ก็มันนานเหลือเกินที่ฉันไม่ได้รู้สึกอยากจะพูดว่ารัก กับใครสักคนจนฉันนั้นได้พบเธอ

 

เกือบลืมคำว่ารักว่าต้องพูดยังไง แต่ก็ยังโชคดีที่มีเธอช่วยไว้ มันนานเท่าไรที่ตัวฉันไม่ได้บอกรักใครสักคน จนฉันได้พบเธอฉันอยากจะพูดคำนั้นอีกสักหน...กับเธอ

 

ฉันอยากจะรักเธออย่างที่คนเขารักกัน เธอคือคนที่ฉันนั้นอยากจะรู้ใจ ก็มันนานเหลือเกินที่ฉันไม่ได้รู้สึกอยากจะพูดว่ารัก กับใครสักคนจนฉันนั้นได้พบเธอ มันนานเท่าไรตัวฉันไม่ได้บอกรักใครสักคน จนฉันได้พบเธอฉันอยากจะพูดคำนั้นอีกสักหน...กับเธอ

 

ฉันอยากจะรักเธออย่างที่คนเขารักกัน เธอคือคนที่ฉันนั้นอยากจะรู้ใจ ก็มันนานเหลือเกินที่ฉันไม่ได้รู้สึกอยากจะพูดว่ารัก กับใครสักคนจนฉันนั้นได้พบเธอ

July 12

Part 22 : ความรัก พรหมลิขิต และก้าวเดินต่อไป

เคยคิดไหมว่าตอนนี้คุณเดินอยู่คนเดียว หรือว่ามีใครเดินเคียงข้างไปกับคุณบ้าง? ในทางเดินที่แสนยาวไกล ตลอดเส้นทางมีทั้งอุปสรรค ทางเรียบบ้าง ขรุขระบ้าง แต่ทุกคนก็ยังอยากจะใช้เส้นทางสายนี้เพื่อเดินไปยังจุดหมายที่ได้วาดฝันใว้ ซึ่งแต่ละคนบนเส้นทางแต่ละสายอาจจะแตกต่างกัน บางครั้งอาจจะมาบรรจบกันเพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิต แล้วก็ต้องแยกไปกันคนละทาง เพราะจุดหมายที่ไม่เหมือนกัน

บางคนหาผู้ร่วมเดินทาง ก่อนที่จะเข้ามาในเส้นทางสายนี้ แต่พอเจอทางแยกกับเดินไปคนละทาง บางคนอาจเดินคนเดียวมาหลายปี โดยคิดว่าฉันสามารถเดินได้ หกล้มก็ลุกเองได้ ดีกว่ามีคนเดินด้วย แล้วต้องมาแยกทางกันทีหลัง จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ ที่ผ่านเส้นทางสายนี้โดยไม่มีอุปสรรค โดยไม่เคยหกล้ม ไม่เคยสะดุดหินก้อนใหญ่น้อย ที่คอยเป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจในการไปถึงปลายทางของเส้นทางนี้

ชอบมากกับท่อนหนึ่งของบทเพลงที่บอกว่า..... "...ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธ ที่จะท้อใจ ยินดีที่จะเฝ้ารอ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป ยังพอใจที่จะตามค้นหา ว่าคนดีๆที่มีรักจริง อยู่ที่ไหน คอยที่จะเจอเขา แม้ไม่รู้ เมื่อไหร่..." หากวันนึงที่พบเจอ ถึงแม้หากว่าคนนั้นยังไม่สามารถร่วมเดินทางด้วยกันได้ในตอนนี้ อย่างน้อยเราก็ยังยินดีที่จะเดินตามไปห่างๆ เพื่อให้รู้ว่า แม้วันนึงที่เขาคิดว่าไม่เหลือใคร

ถ้าได้หันหลังมามอง จะเห็นว่ายังมีใครอีกคนที่พร้อมจะเดินคู่กันไป รอเพียงแค่เค้าหันมา และหยุดรอ เพื่อให้เดินไปพร้อมกัน บนทางเดินแห่งรัก แม้ว่าเส้นทางนั้นจะเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะเดินเคียงข้างกันตลอดไป

 

เคยคิดกันบ้างหรือเปล่าว่า ถ้าเขาคนนั้น คือคนแรกที่เราได้พบหน้าในยามเช้าตอนที่เราตื่นขึ้นมา และเขาคนนั้นยังเป็นคนสุดท้ายที่เราได้พบและมองเป็นคนสุดท้ายก่อนเราจะหลับตาไป ความรู้สึกของเราจะเป็นอย่างไร?

-สำหรับเรา คงรู้สึกดีนะ ในเมื่อคนที่เรารักและเขาก็รักเรา ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แบ่งปันความรู้สึกสุข เศร้า เคร้าน้ำตาร่วมกัน มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ก็ช้วยกันแก้ไข ช้วยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่ต้องมาแบกรับความทุกข์ใว้คนเดียว ที่คนสมัยก่อนเรียกว่า คู่ทุกข์คู่ยาก นั่นแหละ

 

คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือเปล่า ?

-เราเป็นคนที่เชื่อในพรหมลิขิตและเส้นแบ่งของเวลานะ ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้จักกัน แม้จะเดินสวนกัน เราเป็นได้แค่คนแปลกหน้าของกันและกัน นั่นเพราะยังไม่ถึงเวลาที่เราจะได้รู้จักกัน ก็เคยเจอกับตัวเองบ่อยๆ(รักที่ไม่ใช่คู่รักนะ) หมายถึงเพื่อนๆ และคนที่เราได้รู้จักยังไงละ ซึ่งจากเส้นชีวิตไม่น่าจะมาเจอกันได้ง่ายๆ คนหนึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของประเทศ อีกคนอยู่อีกฝากหนึ่ง แต่เราก็มาพบเจอกันจนได้ เห็นมะว่าพรหมลิขิตมีจริง ขอบคุณพรหมลิขิต โชคชะตา และผลบุญที่ทำร่วมกัน จึงทำให้เราได้พบและได้รู้จักกัน

 

คนที่เข้ามาอ่าน อย่าตกใจนะ แอ๊ะ.....อาทิตย์นี้ไอ้ป๊อกมันเป็นอะไรของมัน ?

-ไม่ได้เป็นอะไร ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ไม่มีความรักครั้งใหม่ และไม่มีใครมากวนตะกอนที่อยู่ก้นบึ่งของใจในเรื่องความรักครั้งเก่าๆ ให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ว่า จะได้ไปงานแต่งงานเพื่อน เลยคิดอะไรเล่นๆขึ้นมาเท่านั้น การที่คนสองคนจะได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน มันต้องมีปัจจัยอะไรหลายๆอย่างร่วมกัน ส่งเสริมกัน คิดดูสิ คนหนึ่งอยู่อีกที่และอีกคนก็อยู่อีกที การเลี้ยงดูไม่เหมือนกัน แต่กลับได้มาพบมาเจอกัน และลงเอยด้วยการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มันเป็นอะไรทิ่วิเศษมากเลยจริงไหม?

 

เขียนเรื่องความรักไปเยอะแล้ว กลับมาเข้าเรื่อง Dairy ของเราดีกว่า เพราะชื่อ space ก็บอกแล้ว่า Songsak Dairy ไม่ใช่ Love Story สะหน่อย เข้าเรื่องๆ ไม่งั้นจะยาวไปไกล กู่ไม่กลับ ๕๕๕

 

สัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรบ้างหนะหรือ?

อืม.......up part 21 วันพุธ นั้นก็ต้องเริ่มนับตั้งแต่คืนวันพุธ ไม่น่าเชื่อว่า part 21 เราจะเขียนได้ถึง ๓ หน้ากระดาษ A4 ไม่รู้ว่าพิมพ์ไปได้ยังไง พิมพ์เสร็จมาดูจำนวนหน้ากระดาษ งง ครับท่าน เอิ๊ก....ยาวดีแท้ หุหุ

 

วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ ไม่มีอะไรนะ ทำงานตามปกติ ไม่มีเรื่องอะไรที่มาทำให้ตกใจ เสียใจ แปลกใจ เอ....หรือว่ามีแล้วจำไม่ได้หว้า? นั้นยกความชอบให้จำเลยแล้วกันนะ อิอิ

 

จะมีก็เช้าวันศุกร์ได้คุยกับอ.แพท ทาง msn ซึ่งอ.เขียนตอบเป็นภาษาอังกฤษ เราตอบเป็นภาษาไทย เพราะนึกแบบกระทันหันไม่ออก แต่คุยได้แป๊ปเดียว เน็ตก็ล่ม ไม่รู้มันเป็นบ้าอะไร อาทิตย์นี้งี้เง่าทั้งอาทิตย์

 

คืนวันศุกร์ ได้ทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันอีกแล้ว อย่างกะเหตการณ์ของอาทิตย์ที่แล้วมันย้อนกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ ศุกร์นี้ คุยโทรศัพท์กับอีหมง เล่นเน็ต(เล่นเป็นปกติ) ดูคอนเสิร์ต “snowkim กับผุ้ชายทั้งเจ็ด ที่เพิ่งโหลดมาเสร็จใหม่ๆ คุย msn กับเปา และนั่งอ่านกระทู้ ห้องแป้นคลับ ก็ทำสามสี่อย่างในเวลาเดียวกันอีกแล้ว เคยมีคนหาว่า บ้า ด้วย หุหุ แยกสมองได้ยังไง ซึ่งปกติ ไม่ค่อยมีคนทำกัน (แสดงว่าเราผิดปกติหรือนี่ ๕๕๕) แต่ก็เอาเถอะ บ้าก็บ้าฟะ (บ้ารักเธอไง หุหุ)

 

เคยถามใครหลายๆคนนะว่า "เวลาอยู่หน้าคอม คุณ(นาย เธอ แก เมิง)เทำอะไรบ้าง?"

-ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่าเล่นเน็ต ทำงาน แต่งรูป คุยกับเพือนผ่าน msn ฯลฯ พร้อมกับการฟังเพลง แต่สำหรับเรา เราไม่ค่อยทำอะไรอย่างเดียวหรอก อย่างเมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้ว(๒๙ มิ.ย. ๕๐) เราอยู่หน้าคอม เราทำ...๑. ดูบางรักซอยเก้า ๒. คุย msn กับพี่เจี๊ยบและเปา ๓. เขียนการบ้านส่งอ.แพท ๔. คุยโทรศัพท์กับจุ๊บพร้อมกับการให้คำปรึกษาและปลอบใจไปในตัว ๕ Burn dvd (ข้อนี้ไม่นับก็ได้ แต่ก็ทำไปด้วยในเวลาเดียวกันนั้นแหละ) เป็นคนทำอะไรอย่างเดียวไม่ได้ ชอบมีกิจกรรมอะไรให้ทำหลายๆอย่าง เพราะอะไรหนะหรือ? "ไม่รุ้สิ" หุหุ

 

ตื่นมาเช้าวันเสาร์ ก็วางแผนว่าวันนี้จะไปไหนบ้าง มีต้องไปหน้าราม ไปรับ Printer เอาไปส่งซ่อมใว้ที่พันทิพย์ ไปเรียนภาษาอังกฤษที่จุฬา นัดกินข้าวเย็นกับพี่เจี๊ยบและเปา  โอ๋....วันนี้โปรแกรมเยอะแฮะ รีบๆอาบน้ำแล้วลงไปหาอะไรกิน ค่อยออกจากบ้านดีกว่า

 

อาบน้ำเสร็จ จัดของเข้ากระเป๋าเตรียมตัวออกจากบ้าน  พร้อมออกไปผจญภัยแล้ว ลงไปข้างล่าง วันนี้เจ้ปุ๊กทำกับข้าววุ่ย ดีๆลาภปาก เราก็กิน กินและกิน จนอิ่มก็เผ่นออกจากบ้านไปทำธุระที่หน้ารามก่อน ตามแผนที่วางใว้ตอนตื่นนอน ทำธุระที่หน้ารามเสร็จ ต่อรถเมล์จากหน้ารามไปพันทิพย์ นั่งรถ ปอ.113 เฮ้ย.....มันปรับอากาศตรงไหนฟะ ร้อนจะตาย เหมือนนั่งอยู่ในตู้อบขนม เสียความรู้สึกจริงๆ

 

พอลงจาก ปอ.113 ได้ อย่างกะเจอสวรรค์ ก็อากาศข้างนอกเย็นกว่าในรถอีก รู้งี้นั่งรถเมล์ธรรมดาก็ได้ เย็นกว่าตั้งเยอะ หลังจากลงจากรถได้ เดินต่อไปพันทิพย์ อาทิตย์นี้พันทิพย์มีงานลดราคาครั้งใหญ่ เดินดูสักแป๊ป ไม่เห็นมันจะลดอะไรตรงไหนเลย เอาของมาเลหลัง ล้างสต๊อกสะมากกว่า ไปรับ Printer แล้วไปรอเรียนดีกว่า เดินมากเมื่อยขาเปล่าๆ ต้องเก็บแรงใว้แบก Printer อีก ขึ้นไปถึงศูนย์บริการ อ่าว....แย่ละ ลืมหยิบใบรับของมา ทำไงดีหว้า ถามพนักงาน พนักงานบอกเอาบัตรประชาชนแทนก็ได้ อือ...รอดตัวไปเรา

 

Epson LQ570+ Dot Matrix อายุอานามปาเข้าไป 13 ย่าง 14 ปี เป็นของชิ้นเดียวที่หลงเหลือมาจากคอมตัวเก่า(486DX2 66MHz) ซึ่งตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้วไม่รู้ จำได้แต่ว่าซื้อมาพร้อมกันตอนปี 38 ที่ซื้อคอมตอนนั้นเพราะเฮียกำลังเรียนป.โท และเจ้เปิ้ลกำลังเรียนวิทย์-คอม ต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ในการใช้งานและเอาใว้เขียนโปรแกรม สมัยนั้นคอมแพงมาก ซื้อมาพร้อมพริ้น ตกแล้วห้าหมื่นกว่าบาท โปรแกรมสมัยโน้นยังใช้วินโดน์ 3.11 ออฟฟิต 6 อยู่เลย จะเข้าวินโดน์ทีต้องเข้าผ่าน Dos  (สมัยนี้คงมีคนรู้จักกันน้อยมากๆ) จะลงวินโดน์ที เสียบแผ่นดีส์ 3.5 นิ้วทีเมื่อย(31 แผ่น) จำได้คร่าวๆว่า CD-Rom ตัวละหกพันแหนะ (เดี๋ยวนี้สามร้อยยังไม่ซื้อเลย ๕๕๕) อาการที่เสียแล้วส่งซ่อมคือ เปิดไม่ติด ทางศูนย์เลยทำการซ่อม powersupply ให้ เสียค่าใช้จ่ายไป 900 บาท (ซื้อ inkjet ตัวใหม่ราคา 1050 บาทเอง)

 

รับพริ้นเสร็จ กะเดินดูของที่เอามาลดอีกที โอ่....หนักแฮะแถมคนเยอะด้วย ไปรอเรียนเลยดีกว่า ตอนแรกกะว่าจะเดินจากหน้าพันทิพย์ไปจุฬา แต่คิดดูอีกที นั่งรถเมล์ท่าจะดีกว่า เก็บแรงใว้แบกมันกลับบ้านอีก

 

ไปถึงจุฬาเที่ยงพอดี เดินหานุ่นกับไก่ ไม่เห็นแฮะ สงสัยยังไม่มากัน เลยหยิบโทรศัพท์กำลังจะโทร ได้ยินเสียงคุ่นหู ไม่ต้องโทรแล้ว อยู่ตรงนี้ แล้วแกเอา Printer มาทำอะไร ก็...เอามาให้แกถามไง ๕๕๕ ไอ้บ้า.... เออๆ เอามันไปซ่อมแล้วเพิ่งรับมาจากพันทิพย์ ก็แค่เนี่ย ตอบกวนประสาท ^_^ “ เราก็ไปหาน้ำกิน กินเสร็จก็แบกมันขึ้นมาบนห้องเรียน กะว่าจะนั่งต่อแหละ แต่เห็นคนเริ่มเยอะ กลัวจะไปนั่งกันที่เขา ขึ้นมารอเรียนเลยดีกว่า และวันนี้เป็นวันแรกที่เลื่อนเวลามาเป็นบ่ายโมง เรียนเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง หุหุ

 

ขึ้นมาถึง ก็อ่านหนังสือรอ สักพักเปาโทรมา ก็คุยกับเปา กำลังคุย อ.แพท ก็มารอเตรียมสอนละ แต่ห้องยังไม่ว่าง อ.เลยเรียกนุ่นไปฟัง การบ้านที่ต้องแก้ใข นุ่นเสร็จ ก็เรียกเราต่อ ฟังไปฟังมา แก้ตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้ายเลยแฮะ ไหนๆใครบอกฟะ ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว ที่จริงแล้ว ภาษาอังกฤษยากจะตาย ยังไม่ทันบอกจุดที่ต้องแก้ใขเสร็จ ห้องว่างละ เข้าห้องเรียนก่อน

 

วันนี้อ.จัดโต๊ะใหม่ ทำเป็นครึ่งวงกลม จะได้เรียนอะไรได้มากขึ้น สะดวกในการเรียกออกไปเขียนกระดานด้วย  แล้วก็เริ่มเรียน อาทิตย์นี้เรียน Part tense แล้วพอตอนพัก อ. ก็เรียกไปฟังต่อว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง ซึ่งก็อย่างที่บอก แก้ไขเกือบหมด กำลังนั่งเรียนอยู่ จะเลิกแล้วแหละ อ.สอนเรื่องสุดท้ายแล้ว เปาก็โทรมาตาม อ.แพทหันมาพอดีเห็นเข้า ป๊อก คุยโทรศัพท์หรือ ออกมาเลย มาเปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคคำถามสิ ตายละหว้า ไอ้เปานะไอ้เปา ทำตูซวยสะแล้ว ยืนเก่ๆกังๆอยู่สักแป๊ปก็เขียนได้หนึ่งประโยค แล้วอ.ก็ให้กลับไปนั่งที่เขียนให้ใหม่ แล้วก็บอกว่า เวลาเรียนอย่ารับโทรศัทพ์  อ่าว ก็มันโทรมานี่ งั้นอ.ก็รับได้สิ เออกำลังเขียนกระดานอยู่นะ เจอแบบนี้เข้าไป ไปไม่ถูกเลย คราวนี้อ.ให้ทำการบ้านส่งหัวข้อประมาณว่าสิ่งที่ทำมาในอดีด เช่น ไปเที่ยวมา งานอดิเรกต่าง เพราะเรียน part tense อ.เลยให้ทำอะไรที่มันผ่านมาแล้ว

 

เรียนเสร็จฝนดันตกหนัก นุ่นไม่มีล่มเพราะล่มพังยังไม่ได้ซื้อใหม่ เราจึงไปส่งที่รถไฟฟ้าใต้ดิน เราแบก printer และห้นุ่นกางล่มให้ (เป็นสุภาพบุรุษน่าดูเลยตู) ด้วยฝนที่ตกหนักและแบก printer ด้วย เราก็เลยนั่งใต้ดินต่อรอยฟ้าไปหาเปาที่มาบุญครองสะเลย จะได้ไม่เปียกไปมากกว่านี้ เพราะเปามารอัต้งแต่ห้าโมงละ รีบๆไปดีกว่า ขีนเดินไปกว่าจะถึง โดนมันบ่นแหงเลย แล้ววันนั้นรถไฟฟ้าดันไปดับอีก โอ้ย.....อะไรหนักหนาฟะเนี่ย ไปถึงเกือบหกโมง ก็เข้าไปสั่งพิซซ่ารอพี่เจี๊ยบมาสมทบ กว่าพี่เจี๊ยบจะมาหกโมงครึ่ง (มาพอดีพิซซ่ามา อะไรจะพอดีขนาดนี้ ๕๕๕) พิซซ่ามา พี่เจี๊ยบมา ก็ลงมือกิน กิน คุย กิน คุย และคุย นั่งคุยกันยันสองทุ่มกว่า เลยสลายโต๋ แยกย้ายกันกลับบ้าน

 

กลับมาบ้านนึกว่า เจ้ๆจะใจดีเก็บร้านให้ ที่ไหนได้ ยังไม่ได้เก็บเลยสักอย่าง เราต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงลงมือเก็บร้าน เก็บร้านเสร็จจัดของเอีก พอห้าทุ่มครึ่งได้เวลาปิดร้าน อาบน้ำ นอนสักที เฮ้ย......วันที่แสนเหนื่อยก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน

 

ตื่นเช้าวันอาทิตย์(๘ ก.ค. ๕๐) วันนี้ป๊า ม้าไปเที่ยวกาญจนบุรี เจ้จิ๋ม เจ้ปุ๊ก น้องแป้ง ไปงานทำบุญบ้านเจ็คตี๋ เราอยู่เฝ้าร้านกับเจ้เปิ้ล อาทิตย์นี้เจ้เปิ้ลแบก notebook(nb) กลับมาด้วย เราเลยได้เล่นเน็ตหน้าบ้าน เฝ้าร้านด้วย ก็เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งวัน และก็พลัดกันไปนอน ๕๕๕

 

วันจันทร์ ก็ไม่มีอะไร เพียงแต่กลางคืนนั่งทำการบ้านจนตีสามแหนะ ได้มาหนึ่งหน้าเอสี่ แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ใว้ตอนเช้าค่อยมาแก้อีกรอบ

 

ก่อนจะปิดร้าน ได้ดูรายการชีพจรโลก เจอวลีเด็ดของครีส คุณเรียนจบ เมื่อคุณอยู่ในโรงศพ โอ..เด็ดมากๆ โดนใจอย่างแรง คนเราเรียนรู้ได้ไม่รู้จบ เมื่อคุณหยุดการเรียนรู้นั้นคือคุณได้ตายแล้ว มาคิดๆดู มันคือความจริง เพราะสิ่งที่ได้เจอ สิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่ได้สัมพัส เป็นการเรียนรู้ทั้งสิ้น

 

เช้าวันอังคาร ตื่นมาก็ขึ้นมาแก้การบ้านที่ทำใว้เมื่อคืนให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะส่งให้ไก่ดู พอส่งให้มันดู แล้วมันส่งกลับมา โอ๋......พระเจ้า! มันแก้ของตูเกือบหมด นี่แสดงว่าที่ทำไปนี่ผิดเยอะเลยแฮะ ไม่เป็นไร เอาใหม่ คราวหน้าจะทำให้ดีกว่านี้ ไก่มันจะได้ไม่ต้องแก้อะไรเยอะอีก (ไม่รู้ว่าส่งอ.ไปแล้ว จะโดนแก้กลับมาอีกเท่าไหร่ เฮ้ย........)

 

สองสามวันนี้ฝนตกหนักมาก จึงทำให้สายโทรศัพท์ที่บ้านมีปัญหา เข้าเน็ตได้บ้างไม่ได้บ้าง กะว่าจะเขียนแล้ว up ขึ้น space ทุกวันอังคาร นี่ก็ต้องเอาขึ้นวันพุธอีกละ แย่จัง L

 

ไปหาเพลงใน siamzone ดีกว่า จะได้เพลงอะไรหว้า....โย่ๆๆ ได้มาละ เพลงของพี่บอยอีกละ 

 

เนื้อเพลง: สักวันหนึ่ง

อัลบั้ม: Songs From Different Scenes #2

คำร้อง ทำนอง : บอย โกสิยพงษ์

ร้องโดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่ฉันต้องทนกับทุกสิ่ง ปิดบังความจริงในใจทุกๆ อย่าง ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่ แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้

ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

ทั้งทีฉันก็รัก ทั้งที่ฉันก็รู้สึก แต่ส่วนลึกข้างในยังไม่กล้า ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่ แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้

ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่ แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้

ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู และหวังเพียงเธอจะรู้ ว่าคนคนนี้รักเธออยู่ ยังไงขอให้เธอรู้ สักวันหนึ่ง...

 
Photo 1 of 4