![]() |
|
Spaces home Songsak DairyPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
Songsak DairyAugust 09 Part 25 : ออกทริปห้องมือใหม่ 16pf และเพื่อนใหม่หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอีกแล้ว มีเรื่องมาเล่ามากมาย จบต้นชนปลายไม่ถูก ต้องมีการเรียบเรืยงความคิดดูก่อน มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เป็นสัปดาห์ที่แสนวุ่นวาย แต่สนุกสนาน และมีความสุข นั้นไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า
วันพฤหัส(๒๖ ก.ค. ๕๐) เขียนอีกรอบ วันนั้นรู้สึกโทรศัพท์จะสายร้อนเป็นพิเศษ แบบว่าคนมัน hot ก็งี้แหละ มีแต่สาวๆโทรมาหา ก๊ากๆๆๆ คนแรก น้องมาร์ อย่างที่เล่าให้ฟัง อยู่ดีๆได้น้องมาใหม่คนหนึ่ง เพราะเขาดันใช้ e-mail ของปุ้ย(ลูกพี่ลูกน้องเราเอง) sign in msn เข้ามาทัก คุยกันถูกคอหรือเปล่าไม่รู้ แต่คุยตั้งแต่สิบโมง ยันบ่ายสี่ คุยกันได้ไม่นานเท่าไหร่ น้องมาขอตัวไปนอน เพราะต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า คนที่สองคืออีหมง จะนับว่าสาวดีเปล่าหว้า นับๆมันไปหน่อยแล้วกัน ถึงมันจะเป็นชาย แต่ใจมันนี่ ญ เกินร้อย มัน(ที่ใช้ “มัน” เพราะสนิทกันมากๆ จริงๆใช้ภาษาพ่อขุนในการคุยนะ แต่ในที่นี้เว้นใว้หน่อยแล้วกัน หุหุ) โทรมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังตามปกติแหละ กำลังคุยกันอยู่ รัตน์(รุ่นน้องที่ราม)เป็นสายซ้อนเข้ามา เราจึงวางจากอีหมง แล้วมาคุยกับรัตน์แทน เพราะไม่ได้คุยกันนานมากๆ เราไม่ค่อยว่างด้วยช่วงนี้ ทั้งเรียนภาษาประกิดเพิ่ม ทั้งเห่อกล้องใหม่ แถมตอนนี้ต้องมานั่งหาข้อมูล Honda city zx อีก และที่สำคัญต้อง update space ทุกวันอังคารด้วย แป๊ปวันอังคาร ต้องเขียนอีกแล้ว เร็วจริงๆ สรุปแล้ววันนั้น คุยกับรัตน์ไปด้วยเขียน space ไปด้วย กว่าจะได้นอนตีสี่เข้าไปแล้ว
วันศุกร์(๒๗ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาเก้าโมงกว่ามั้ง ไม่ดู้นาฬิกาแฮะ รู้แต่ว่าอยากนอนต่อ ยังไม่อยากตื่นนนนนนน แต่ก็มีเสียงดังมาจากข้างล่าง ปลุกทีเดียวประสาทกลับมาครบ รีบตื่นทันที หุหุ
แล้วไม่วาย มานั่งเล่นเน็ตก่อนสะงั้น คุยกับ อ.แพท น้านัทธ์แห่งพันทิพย์ และนุ่น กว่าจะได้ลงไปสิบโมงกว่ามั้ง ลงไปข้างล่างจัดแจงหาอะไรใส่ท้องก่อนออกจากบ้าน วันนี้ต้องไปรับ mp4 player ไปส่งซ่อมใว้ ที่พันทิพย์ ซื้อเป๋ากล้องให้พี่เจษที่มาบุญครอง เพื่อจะไปแลกเป๋ากล้องพี่เจษมาใช้ ๕๕๕ และไปรับแป้งที่โรงเรียน
ออกจากบ้านสิบโมงกว่า ไปเอาบัตรรถไฟฟ้าที่เจ้จี๊มก่อน กว่าจะเดินจากบ้านไปถึงวัดธาตุทอง สิบเอ็ดโมงแล้ว พอรับบัตรจากเจ้ได้ เราเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า ตอนแรกกะไปลงราชเทวี แล้วเดินย้อนกลับมาพันทิพย์ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลงชิดลมแวะไปดูเป๋ากล้องให้ตัวเองที่ร้าน Big pro camera ที่เซนทรัลเวิร์ลก่อน แล้วเราก็ได้เจอ เป๋าที่โดนใจเราสุดๆ โอ๋....สิ่งนี้แหละมันเกิดมาเพื่อเรานี่เอง เล็งใว้ๆ เดี๋ยวเก็บตังก่อนแล้วจะไปสู่ขอนะจ๊ะ น้อง jamnova ค่าตัวน้องแพงจริงๆ ตั้ง 2400 ไม่รู้ว่าพี่จะมีปัญญาไปสู่ขอน้องได้เมื่อไหร่ คิดแล้วเศร้า ดูเสร็จ เช็ดน้ำลายที่หก แล้วเดินไปรับ mp4 player ที่ศูนย์ Acer ชั้นลอย พันทิพย์ รับของเสร็จ เดินดูเป๋ากล้องอีกดีกว่า เดินไปชั้นสี่ ร้าน Digital time โอ๊.....เป๋าไม่โดนใจแฮะ ราคาแพงด้วย ไม่เอาดีกว่า เดินไปมาบุญครองเลยแล้วกัน พันทิพย์หมดประโยชน์ละ
เดินถึงมาบุญครองเกือบบ่ายโมง รีบเดินไปร้าน fotofile ชั้นหนึ่ง รับกระเป๋ากล้องที่จองใว้เมื่อวานนี้ เราเดินเข้าไป ถามเขา “พี่ๆ PO 1 ยังมีของหรือเปล่า “ “หมดแล้วค่ะ ของจะมาอีกทีเดือนหน้านะคะ” แป๊ว....เอาแล้วไงตู ขนาดโทรมาจองเมื่อวานนะ ของยังหมด พี่เจษอดไปแล้วกันนะ (เราก็อดเอาเป๋าพี่เจษมาใช้ด้วย แย่ๆๆๆๆๆ) กำลังเดินออกจากร้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆเข้ามา “คุณป๊อกหรือเปล่าครับ ยังต้องการกระเป๋ากล้อง พีโอวัน อยู่หรือเปล่า” “ครับ ผมเพิ่งเดินออกจาร้านมา ทางร้านบอกของหมดนี่ครับ” “มีครับๆ ผมกันใว้ให้แล้ว” อ่าว....แล้วไหนบอกกับตูว่าของหมดมาเดือนหน้าฟะ “ครับๆ เดี๋ยวผมเดินย้อนกลับไป” คนที่โทรหาก็ยิ่มออกมาพร้อมของ ส่วนยัยผุ้หญิงที่บอกของหมด “ก็ไม่บอกว่าจองเอาใว้ ทีหลังบอกด้วยนะว่าจองใว้แล้ว” อ่าวๆ.....นี่มันความผิดตูใช่มั้ย ที่ไม่ได้บอกเนี่ย แต่ช่างมัน ได้ของมาก็พอละ หุหุ
ออกจากมาบุญครองเกือบบ่ายสอง นั่งรถไฟฟ้าต่อไปสะพานควาย รับเจ่าแป้งดีกว่า ไปถึงแถวโรงเรียนเจ่าแป้งบายสองครึ่งเอง สาย ๓ ขับแบบติดจรวจ สิบนาทีจากสะพานควายถึงแยกบางกระบือละ เอาไงดีหว้าเรา เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ เดินเล่น makro ก่อนดีกว่า เดินจนรอบห้างแล้ว ยังไม่บ่ายสามสักที โทรหาเจ้ดีกว่า และก็ได้คำตอบว่า เข้าไปรอรับในโรงเรียนได้เลย นั้นดีเลย เผื่อจะได้หลับ หุหุ ไปถึงหน้าห้องเจ้าแป้ง อ่าว....เด็กๆหายไปไหนกันหมด แล้วก็ได้คำตอบจากผู้ปกครองข้างๆว่า “เด็กๆขึ้นไปเรียนพิเศษ เดี๋ยวคงลงมา” นั้นดีเลย...เราขอรับสักงีบแล้วกันนะ มองซ้ายมองขวา หลับไม่ได้แฮะ ถ้าหลับละน่าเกลียดตายเลย นั่งรอกว่าเจ่าแป้งจะมาเกือบสี่โมง ออกมาจากโรงเรียน “แป้งอยากกินไอศรีม” เรากะใว้แล้วต้องออกมาอย่างนี้ เราก็อยากกินอยู่เหมือนกัน แป้งไม่บอก กู๋ป๊อกก็ว่าจะชวนกินอยู่แล้ว ๕๕๕
แล้วสองคนน้าหลานพากันไปกินไอศรีมสเวนเซน ฟองดู กินกันเสร็จรีบกลับบ้านดีกว่า ได้ขึ้นสาย ๓ กลับมาสะพานควายอีกแล้ว ด้วยความที่นั่งเต็ม เราจึงให้แป้งนั่งคนเดียว ขึนนั่งสองคน อึดอัดตาย ! วันนั้นสาย ๓ วิ่งอย่างกะติดจรวด เจ่าแป้งดันง่วงนอน จึงหลับไป แล้วรถเมล์ดันเบรกสะแรง เจ่าแป้งตกเก้าอี้ลงไปกองกับพื้นรถเมล์ เราเห็นก็ตกใจ รีบเก็บ เอ๊ย.....รีบอุ่มขึ้นมานั่งเหมือนเดิมและเจ่าแป้งก็สามารถหลับต่อได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหนอเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอลงจากรถ เราก็ต้องอุ่มเจ้าแป้งขึ้นบันไดทั้งที่หลับอย่างนั้น (เมื่อยจริงๆ) พอขึ้นรถไฟฟ้าได้ คนไทยน้ำใจงามจริงๆ ไม่มีใครลุกให้เรานั่งสักคน จนมีป้าคนหนึ่งลุกให้เรานั่ง “ขอบคุณครับป้า” ไอ้ผู้ชายนั่งข้างป้า อยู่ดีๆก็มีสำนึกสะงั้น บุกให้ป้านั่ง เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิ สุภาพบุรุษเหลือเกินนนนนนนนน กว่าจะถึงบ้านห้าโมงกว่า เราต้องแบกเจ้าแป้งที่หลับจนมาถึงบ้าน พอดีม่าม้าปูที่นอนใว้ เราจึงวางแป้งลงนอน แล้วยังไงรู้มั้ย เจ่าแป้งตื่น ตาใสปุ๊ป วิ่งไปหาอากง ขอของเล่นทันที โอ......มันน่าเคาะกระโหลกสักทีสองทีจริงๆ ให้เราแบกได้ตั้งนาน
กะว่ากลับมาบ้านจะได้นอนสักตื่น แต่ก็ไม่ได้นอน ปฏิบัติภาระกิจที่ต้องทำจนปิดร้านหนะแหละ พอตกดึก จุ๊บก็ยิงมาให้โทรกลับ เอาหวะ.....โทรกลับก็โทรกลับ แม้...ลงทุนจริงๆเลยเพื่อนเรา L กว่าจะคุยกับจุ๊บเสร็จ ปาเข้าไปจะตีสามละมั้ง พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย รีบอาบน้ำนอนดีกว่า เพราะนัดใว้ประมาณ ๘:๐๐ น. ที่สวนสราญมณ์
วันเสาร์(๒๘ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาตั้งแต่ ๖.๓๐ น. จริงๆตั้งนาฬิกาปลุกใว้ ๖.๔๕ นะ แต่กลัวไม่ตื่น ใจมันเลยผะวงกลัวไม่ตื่น รีบตื่นสะก่อน
ออกจากบ้านเจ็ดโมงกว่า โทรเช็คพี่เจษหน่อยจิถึงไหนแล้ว “พี่เพิ่งขึ้นรถหวะ พอดีตื่นสาย ไม่ทันรถไฟเที่ยวตีห้าครึ่ง” “โฮ....พี่อย่างนี้จะถึงเมื่อไหร่ฟะ” พอวางสายไป เอาไงดีฟะเรา เข้าไปร่วมเลยดีกว่า แล้วค่อยรอพี่เจษมาแล้วกัน ตอนแรกพี่เจษแกบอกว่าเจอที่ลาน C (ลานกิจกรรม) เราไปนั่งรอ อ่าว....ไม่เห็นมีใครเลย มาถูกที่หรือเปล่า ลองเดินเล่นรอบๆสวนดูดีกว่า ลงจากลานกิจกรรม ยังไม่ได้ได้เดินรอบเลย เห็นคนนั่งชุมนุมกัน แอ๊ะ....ใช่เปล่าหว้า เดินเข้าไปใกล้หน่อย ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนถาม “มาทริปมือใหม่หรือเปล่าครับ มาลงทะเบียนได้เลย” มารู้ทีหลังว่าผู้ชายคนที่ร้องทักนั้น คือ น้าปิ๊ก แห่งฐานมาโคลนี่เอง เราเดินไปลงทะเบียน โดยมีสาวร่างอวบใส่เสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำตาลเป็นคนเขียนป้ายชื่อให้ เออวุ่ย น่ารักดีรัก แล้วเราเดินมานั่งขอบๆทางเดิน สักพักมีน้าวี(Ex man) เข้ามาทัก เป็นสาวกหงส์แดงเหมือนกันสะด้วย คุยกันยังไม่ทันไร พี่เจษมาละ “ staff อะไรฟะ มาสะสายเชียว ๕๕๕” พี่เจษเดินไปลงทะเบียนกลับมา ก็ส่งเป๋ากล้องให้ แล้วก็ยีม+ยึด(ยื่น) เป๋ากล้องพี่เจษมาใส่ เพนตะ สะเลย หุหุ เสร็จโจน
นั่งคุยได้สักพัก น้าสารหัวหน้าทริป ก็พาพวกเราไปกันที่ลานกิจกรรม แนะนำตัว และให้แบ่งกลุ่มกัน โดยการนับหนึ่งถึงหกแบบวน ใครได้เลขอะไรก็ไปรวมตัวกัน เรานับได้เลขห้า ในกลุ่มมีสมาชิกดังนี้ ~LoRD_IDeNtiTy~(น้องนัท แห่งวิทย์ คอม ลาดกระบัง http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5659234/O5659234.html ) , น้าแชมป์(Mr. C) , น้องกวาง( kwangkungzaa) สาวคนนี้แหละที่เป็นคนเขียนป้ายชื่อให้เรา ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกัน น้ายุ้ย(ดอกไม้ในสายธาร) , หงะ อีกคนจำไม่ได้อะ ลืมได้ไงฟะเรา ใว้ค่อยถามน้องกวางแล้วกันนะ เผื่อว่าน้องกวางจะจำได้ แล้วสุดท้ายจะเป็นใครไปได้หละก็เราหนะสิ ป๊อก( thekop@thekop http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5660448/O5660448.html)
เริ่มเข้าฐานแรกที่เราได้เข้าคือ ฐาน ๕ การใช้เฟลต แต่ด้วยความที่ว่าคนน้อยหรืออะไรไม่รู้ น้าแป๊ก (bugbear : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5662024/O5662024.html 70-300 ของน้าเขาได้ใจเรามากๆ สามารถลอบยิงมากได้เยอะเหมือนกันแฮะ ใว้จะไปถอยมาเป็นของตัวเองดีกว่า เอ..หรือว่าแอบดักตีหัวน้าแล้วขโมขดีหว้า หุหุ) กับน้าลอง(ลองผิดลองถูก) รวมกลุ่มสี่กับห้าแล้วสอนทีเดียวเลย (แบบว่าน้าสองคงขี้เกียจละมั้ง ๕๕๕) แล้วเราก็ได้รู้ว่าการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ต้องทำยังไง คือ การเปิด F ให้กว้างที่สุดของกล้องนั่นเอง (โถ...ตู โง่อยู่นานสองนาน) ส่วนการยิงแฟลต น้าแป๊กไม่พูดอะไรมาก ต้องเปลี่ยนฐานสะก่อน
มากันที่ฐาน ๖ stop motion การใช้ speed shutter ฐานนี้น้าก้างเป็นผู้ดูแล น้าก้างเอากาฟิวมาดึงตูดแล้วให้มือกับขามันสั่น แล้วให้พวกเราหยุดมือกับขาให้ได้ โดยการควบคุมชัดเตอร์ เราถึงได้รู้ว่า ความเร็วชัดเตอร์ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 1/60-1/250 แล้วรูปจะไม่สั่น ถ้าช้ากว่านั้นคือต่ำกว่า 1/60 ลงมา เอาใว้ถ่ายรูปน้ำตกให้เห็นเป็นสายๆได้เลยและต้องมีขาตั้งกล้อง เพื่อป้องกันภาพสั้นไหว หรือว่าถ่ายที่ความเร็วสูงกว่านี้ 1/250 จะเอาใว้ถ่ายรถหรืออยากหยุดวัตถุที่เร็วๆ เช่น รถกำลังวิ่ง ฯลฯ แล้วพวกเราก็มาลองหยุดกาฟิวกันดูว่าจะหยุดแขนขาของมันที่กำลังสั่นอยู่ได้หรือเปล่า หยุดได้จริงๆด้วยวุ่ย พอหยุดกาฟิวได้แล้ว เรามาหยุดลูกเต๋ากันดีกว่า แต่ลูกเต๋านี่ใหญ่หน่อยนะ น้าก้างแกทำมา แล้วให้เพื่อนๆในกลุ่มเป็นคนโยน โดยมีน้องกวางกับสาวยุ้ย เป็นคนโยนให้พวกเราถ่าย เรายิงไปเป็นสิบ แต่วัตถุหยุดจริงๆ อยู่ไม่กี่รูป
ไปฐาน ๑ ดีกว่าชือฐานอะไรจำไม่ได้ แต่เป็นฐานที่จะบอกเราว่าในกล้องเรามีโหมดอะไรบ้าง สามารถทำอะไรได้บ้าง มี function อะไรบ้าง ฐานนี้พี่เจษสถิตอยู่ แต่ดูท่าทางพี่แกจะไม่ได้ช้วยอะไรเลย กินอย่างเดียว อู้งานอีกต่างหาก ฐานนี้จำได้คนเดียวคือ ป้าเล็กยำ ฐานนี้นั่งคุยกันสบายๆ ปล่อยมุขกันให้ฮาไปตลอด ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่ นั่นไปฐาน ๒ เลยดีกว่านะ
กำลังเดินไปฐานสอง เราลืมชื่อสมาชิกในกลุ่มแล้วแหละ ความจำเรื่องชื่อคนนี่ปลาทองดีแท้ แต่ถ้าจำได้แล้ว จะไม่ลืม เราจึงเริ่มถามใหม่ ทุกคนก็แนะนำตัวให้เราฟังอีกรอบ คิดแล้วตลกดี อยู่ทำกิจกรรมร่วมกันจนจะเสร็จช่วงเช้าอยู่แล้ว ยังจำชื่อไม่ได้ ก๊ากๆๆๆๆ
ถึงฐาน ๒ ฐานนี้น้าปิ้น เป็นผู้เฝ้าฐาน ชื่อฐาน macro ได้ความรู้มาว่า จะถ่ายมาโคลต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ซูมได้ก็ซูม น้าปิ้นถามว่า “รูรับแสงที่บอกว่ากว้างนี่เท่าไหร่ถึงเรียกกว้าง” เราก็ตอบไปดิ “ ๓.๕ ครับน้า” น้าปิ้นทำหน้างง งง และงง มันตอบอะไรของมัน รูรับแสง ๓.๕ เนี่ยนะกว้าง เราเห็นอย่างนั้น เลยต้องยกเอคุงให้น้าดู “กล้องผมมันเริ่มที่ ๓.๕ หนะน้า” น้าปิ้นถึงได้ถึงบ้างอ้อ “ผมก็นึกว่าคุณจะตอบสัก ๒ ๒.๘ ๓ อะไรประมาณนี้” หลังจากฟังน้าปิ้นพูดให้ฟังเสร็จ เราก็แยกกันไปถ่าย ฝึกถ่ายดอกไม้ เราก็หามุมไปเรื่อยๆ ถ่ายๆไป จนมาได้รูปสวยตอนจะหมดเวลาแล้ว ถึงได้ถ่ายมามากหน่อย ขณะถ่าย น้องกวางเอารูปมาให้ดู “นี่ๆ รูปนี้เป็นไง” โถ......น้องกวาง LCD น้องกวางเล็กกระจิ๋วเดียว พี่มองไม่เห็นหนะ “สวยดีนี่ ใช้ได้เลย” สตอเบอรี่ลูกเบอเล่อสะงั้น ๕๕๕
ออกจากฐานน้าปิ้น เดินอีกไม่ไกลกันนัก ไปถึงฐาน ๓ ของน้าสาร(ประธานจัดทริปนี้) กับป้ากิม(อาจารย์แห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.) ฐานนี้เกี่ยวกับการถ่าย Landscape น้าสารกับป้ากินสนอมาว่า “การจะถ่ายภาพ Landscape ต้องถ่ายให้ไปจนสุดเส้นนำสายตา เช่น ถ่ายทางเดิน ต้องถ่ายให้ไปสุดปลายทางเดิน Focus เป็น infinity นั่นเอง” ฟังเสร็จ แยกย้ายกันถ่าย เราได้รูปสวยๆมาหลายรูป พอเอาขึ้นกระทู้ น้าๆเข้ามาตอบ ชอบกันทุกคน ดีใจจัง
แล้วก็วนไปฐาน ๔ ที่ตอนเช้าน้าลองสอนใว้แล้ว น้าลองจึงให้พวกเราหาแบบถ่ายกันเอง แต่เรา น้องกวาง น้าแชมป์ ไม่ได้ถ่ายรูปกันหรอก เดินไปซื้อน้ำมากิน เพราะตั้งแต่เช้า ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เราได้ มิรินด้า รสอะไรหว้า สีฟ้าๆหนะ น้องกวางแซว “จะเป็นฟิล์มหรือ สั่งรสเนี่ย” เรา “ ๕๕๕ ไม่ได้อยากเป็นฟิล์ม แต่ไม่อยากกินแป๊ปซี่ เดี๋ยวมันจะไปกันกระเพราะอาหาร เพราะตั้งแต่เช้า ยังไม่ได้กินอะไร” ซื้อเสร็จ เราเดินกลับมา แวะเข้าห้องน้ำ น้าแชมป์ออกค่าเข้าห้องน้ำให้ ขอบคุณน้าแชมป์มากนะคร้าบบบบบบ เข้าห้องน้ำเสร็จออกมา เจอน้าปิ้นพอดี ปล่อยมุขสะหน่อย “รูปที่ผมถ่ายไปหนะ แค่หมั่นอย่างเดียว” น้าปิ้น “....???....” ผม “ก็ไม่ชอบแต่งไงครับน้า เลยได้แค่หมั่นอย่างเดียว” เท่านั้นแหละ น้าปิ้นแกบอก “เฮ้ย....ฆ่าลูกทริปผิดมั้ยวะ แต่น้ายังดีนะ มีให้หมั่น ไอ้กวางสิ จะมีให้หมั่นหรือเปล่ายังไม่รุ้เลย ๕๕๕” น้องกวางโดนน้าปิ้นแซวเข้าอีกแล้ว ตอนอยู่ในฐาน น้าแกก็เร่ขายน้องกวางให้ทีหนึ่งแล้ว ถ้ารับน้องกวางไปเป็นแฟน มีโปรโมชันดังนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมก็บอกไป มีอีกมั้ยน้า ถ้ามากกว่านี้อาจจะสนใจ ๕๕๕ น้องกวางเลยแจกค้อนงามๆ มาให้แทน
แล้วพวกเราก็มารวมตัวกัน สรุปกิจกรรมและแยกย้ายกันไปกินข้าว จอกันอีกทีบ่ายสอง ตอนเดินออกมา พี่เจษทักสาวอยู่คนหนึ่ง ขื่อว่าดาว เรารู้จักแต่ชื่อ เพราะพี่แกเล่าให้ฟังบ้างแล้ว แต่ไม่เคยเห็นหน้า ก็เดินตามๆกันมาเนี่ยแหละ แต่เรากับพี่เจษ เดินเอารูปไปทิ้งที่ร้านท่าพระจันทร์ จึงไม่ได้กินข้าวด้วยกัน เราเอารูปที่ป๊า ม้าไปเที่ยวปักกิ่งไปล้าง ส่วนพีเจษ เอารูปน้อง ญ ผู้น่ารักไปล้าง ส่งรูปล้างเสร็จ พี่เจษโทรหาดาวอีกรอบ แต่เขากลับกินข้าวเสร็จแล้ว เรากับพี่เจษเดินกลับมากินข้าวตรงท่าช้าง ระหว่างทางก็หาของเขียวไปด้วย เราได้ยาม่องผสมฟ้าทรายโจร(สะกดผิดขออภัย) พี่เจษได้อะไรหว้า จำไม่ได้ละ กินข้าวกันเสร็จ เดินไปวัดโพธิ์ ตอนแรกพี่เจษกะนั่งรถไป แต่เราบอก แค่นี้เอง เดินไปเก็บรูปไปแล้วกัน (แบบว่างกนี่หว้า)
เดินถึงวัดโพธิ์ เจอน้าก้าง ป้ากิมดักอยู่ตรงทางเข้า บอกให้เข้าไปที่ศาลาที่จองใว้แล้ว เราก็เอาเลย “แล้วสวดกี่โมงครับป้า” น่าน.....ปากหมาไม่เลิก ป้ากิม “รอแห่ศพอยู่ คาดว่าจะได้ศพแถวๆนี้แหละ” โอ๊......โดนเข้าไปดอกนี้ ถึงกับจุก เล่นมุขต่อไม่ได้ละ กลัวกลายเป็นศพ ๕๕๕ เลยคุยกันถึงเรื่องการถ่ายรูป และประวัติของป้ากิม ว่าทำอะไร ที่ไหน เวลาล่วงเลยถึงบ่าสองครึ่ง พวกเราจึงเดินเข้าไปที่ศาลา น้าสารเริ่มกิจกรรมช่วงบ่ายต่อ ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม “เกมส์อัจฉริยครึ่งวัน” ให้ทุกคนยืนเข้าแถว อยากอยู่แถวไหนก็ไปยืนใว้ เราอยู่แก๊งน้าแค๊ป (แค๊ปหมูไร้มัน จิ้มน้ำพริกหนุ่ม : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5660370/O5660370.html ทู้นี้ตูโทน น้าแค๊ป สอยเต็มๆ (คคห. 64) โดยใครอยากอยู่แถวไหนก็ยืนเอา เราอยู่กลุ่มเดียวกับน้องกวางอีกแล้ว สงสัยจะหนีกันไม่พ้น ตอนแรกกะไม่เล่นด้วย เพราะเหนื่อยมากๆ แถมร้อนอีกต่างหาก อยากพักแล้วหละ ในกลุ่มรอบบ่ายมีเพิ่มมาคือ น้องดาว (ideam@ker : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5672450/O5672450.html) น้องปอ ( ApOrY : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5658690/O5658690.html) ป้าก้อย (snoopiez : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5658655/O5658655.html ) ส่วนอีกสองสามคน จำไม่ได้อะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
เกมส์คือให้พวกเราไปถ่ายรูปตามสถานที่ ๕ ที่ ที่อยู่บริเวณวัด ตามที่พวกน้าๆเขากำหนด เราก็วิ่ง วิ่ง และวิ่ง เจอสถานที่ครบหมด และทำให้รู้จักกับน้องดาว ตอนแรกไม่รู้หรอกว่าชื่อดาว ตอนถ่ายรูปที่สามหรือที่สี่นี่แหละ เราดันไปบังเขา น้องกวางเลยบอกให้เราอย่าบังดาว เราก็สวนไป “คนไหนหรือดาว” น้องดาวมาตีไหล่เรา “เรานี่แหละ ดาว” คิดแล้วยังขำตัวเองอยู่เลย ไม่รู้จักดาวประจำทริปได้ไงฟะ ถ่ายจนครบห้ารูป กลับมารับคำถามและตอบคำถามจนครบ หลังจากนั่นเราจึงได้ถามว่าคนนี้ชื่ออะไร คนนั้นชื่ออะไร จนได้มาคุยกับป้าก้อย และน้าเก่ง(ผมเก่งครับ) ที่เคยเจอกันในทริป pentax แต่เราจำไม่ได้ (ก็บอกแล้วว่าความจะเรื่องชื่อคนนี่ ปลาทองมากๆ) และเราก็นึกบ้าอะไรไม่รู้ เดินไปยืมกล้องน้าแป๊กที่ใส่ ๗๐-๓๐๐ ใว้ ตอนแรกกะยืมแค่เลสน์ แต่น้าแกบอก ยืมไปทั้งกล้องเลยดีกว่า เราจึงได้มาลองเล่น เฮ้ย....ได้ใจวุ่ย เก็บตังๆๆๆๆ ไปสู่ขอมาเป็นของตัวเองดีกว่า แต่เสียอย่างเดียวคือมันต้องถอยห่างออกจากวัตถุที่เราจะถ่ายออกมามากหน่อย (จริงๆมันคือคุณสมบัติของเลน์เทเล) เล่นจนอีท่าไหนไม่รู้ กล้องน้าแป๊กไปอยู่ในมือป้าก้อยได้ แล้วป้าก็โดนพี่เจษสอยมาสะหนึ่งดอก (ตามไปดูป้าก้อยได้ กระทู้แซวแนวหนุกหนาน ครับพี่น้อง ^ ^ ตูโดนพี่เจษสอยสะล่วง : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5662236/O5662236.html)
แล้วก็มาถึงเวลาประกาศผลผู้เข้ารอบ กลุ่มเราเข้ารอบเป็นกลุ่มที่สอง ต้องเข้าไปหาตัวเลขสี่ตัว โดยการกดเลยบนมือถือตัวเองแล้วเอาไปให้น้าสารดู ว่าใช่หรือเปล่า โจทย์ คือ “ ผึ้งเธอฆ่าสองบนจี้” คิดอยู่ตั้งนาน แต่คิดไม่ออก มาถึงบางอ้อ ตอนเขาตอบถูกันแล้ว เฉลยคื ๑๑๑๓ ทำไมหนะหรือ ก็ Bee You ฆ่าสองบนจี้(คือตัด ไม้โท บนจี้ออก) จะได้ BUG ๑๑๑๓ หลังจากนั้น เราเดินถ่ายรูป คุยคนโน้นคนนี้ ขอเมลล์ แล้วก็ถึงเลาแลกของเขียว อย่างที่บอกเราเอายาม่องไปแลก แล้วเราจับได้อะไรรู้มะ จับได้กล้วยน้ำหว้าของน้าแชมป์ โอ.......สุดยอดครับน้า คิดได้ น้าสารแกชอบใจใหญ่ หยิบซีดีให้เลย แล้วที่โดนที่สุดของน้องนัท(อยุ่ในกลุ่มเราตอนเช้า) เอาสกอตไบค์ขัดหม้อมมาครับท่าน ส่วน้องกวาง เป็น ไมโล นอกนั้นจำไม่ได้ละ พอเสร็จน้าสารประธานการจัด กล่าวปิดงาน แยกย้ายกันกลับบ้าน
เรากับพีเจษเดินไปท่าพระจันทร์รับรูปที่ไปทิ้งใว้ แล้วค่อยข้ามเรือไปหาบังที่ท่าวังหลัง แล้วก็ถือโอกาสไปกินข้าวร้านกิ๊กของพี่เจษ แต่ก็ไม่ได้เจอกิ๊กของพี่เขาหรอกนะ แกไม่พามาเปิดตัว กินเสร็จ กลับบ้านด้วยความเหนื่อย และผิวที่บอบบางพองเลยทีเดียว (ที่หลังเราจะไม่ลืมทาครีมกันแดดแล้ว) วันนี้พีเจษแกตามมานอนที่บ้าน
กลับมาถึงบ้านสองทุ่มกว่า ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ลงไปปฎิบัติภาระกิจของตัวเองตามปกติ คืนนั้นกว่าจะได้นอนตีสองกวาตีสามมั้ง เพราะมัวแต่ดูรูป ส่วนพี่เจษ นอนตั้งแต่เที่ยงคืน พรุ่งนี้พี่แกมีออกทริปกับสองหาวอีก
พี่เจษ : http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5661500/O5661500.html รูปน้องดาว ขวัญใจคนใหม่ของพี่เจษ น้าหัวมัน (Huaoman http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5683293/O5683293.html ตูโดนอีกแล้ว #18 )
วันอาทิตย์ที่ ๒๙ ก.ค. ๕๐ ยังไม่อยากตื่นเลย เจ่าแป้งดันเสียงดัง ตื่นมาตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ขึ้นมาห้องคอม พี่เจษยังไม่ตื่นเลยวุ่ย เรานั่งดูรูปต่อ พอแปดโมงพี่ท่านก็ตื่น รีบอาบน้ำแต่งตัวออกไป นัดเก้าโมง ตื่นแปดโมง ใช้ได้เลยพี่เรา
อาทิตย์นี้เจ้หมวยกลับมาจากขอนแก่น เพราะหยุดติดต่อกันสามวัน แต่กว่าคุณเธอจะมา เกือบเที่ยงแล้ว พาน้องข้าวหอมมาด้วย เพราะเฮียกับพี่เอี้ยงจะไปดูกระเบื่องที่ บุญถาวร สาขารัชดา วันนี้นัดกันจะไปดูรถที่ศูนย์ Honda บางชัน กว่าจะไปถึงศูนย์เกือบบ่ายโมง ใช้เวลาดูรถ ดูรายการของแถม และอีกมากมาย น้องแป้งกับน้องข้าวหอม สนุกกันใหญ่ เพราะมีขนมปังทาแยม กับน้ำเขียว มีใว้บริการลูกค้า สองคนกินกันเพลิน พอได้สัมพัสรถจริงๆ รู้สกชอบ civic มากกว่า เพราะ city ดูคับแคบสำหรับเรายังไงไม่รู้ ใว้เดี๋ยวหาทางยุให้ซื้อ civic ดีกว่า อิอิ
ดูรถเสร็จ ไปกินฟูจิต่อที่โลตัสพระราม ๔ งงละสิ อยู่บางชัน ทำไมไปกินฟูจิถึงพระราม ๔ ก็เราจะไปซื้อของมาขายด้วยหนะ เราก็สั่งชุดเดิมๆ ซึ่งจำชื่อไม่ได้ แต่เห็นแล้วก็จิ่ม พี่เอาชุดนี้ จบ สั่งแบบไม่ต้องคิด ขณะกินอยู่ เฮียโทรเข้ามา อยู่ไหนกันแล้ว “ยังกินอยู่เลย” เฮียบอก “อยู่หน้าบ้านแล้ว” “นั่นรอไปก่อน กินเสร็จค่อยว่ากัน” กินเสร็จซื้อของ กลับบ้าน กะว่าจะได้นอน เพราะเหนื่อยจากเมื่อวาน อยากนอนนนนนน ถึงบ้านนึกว่าจะได้นอนดังใจหวัง แต่เปล่าเลย ต้องจัดของ พอว่างดันไม่ง่วงสะแล้ว ขึ้นมาเล่นเน็ตดีกว่า และลอง Run 16pf ดูอีกรอบ แต่ก็ไม่สำเร็จ ลงไปช้วยขายของอีกทีทุ่มหนึ่งมั้ง แล้วเจ้จิ๋มบอกไม่ต้องละ เดี๋ยวไปทำที่บ้านพี่โดม แบก printer ไปบ้านเขาเลย แล้วพวกบ้านโน้นกว่าจะกลับ เกือบห้าทุ่มแล้ว เราต้องมานั่งรอป๊ากลับมาอีก อยากนอนก็อยาก ทำไงได้
กว่าป๊าจะกลับมาก็ตีหนึ่งแล้ว ขณะกำลังรอป๊าไม่รู้ทำไร จึงคัดรูป เอารูปลงกระทู้ในห้องมือใหม่ ที่เมื่อวานไปอกทริปมา
วันจันทร์ ๓๐ ก.ค. ๕๐ เป็นกรรมกรทำงานปกติ กะว่าพอตกบ่ายจะแอบมางีบ แต่ก็ไม่ได้งีบ เพราะงานของเจ้จิ๋มหนะสิ ดันเอาไปรันบ้านพี่โดมไม่ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมรันไม่ได้ ต้องโทรไปถาม อ.ของเจ้เขา อ. ตอบมาว่าต้องรันบนวิน ๙๕ หรือ ๙๘ เท่านั้น เวรแล้วไง เรามีแต่วิน xp สะด้วยสิ เอาไงดีหว้า ตาเหลือบไปเห็น HD ๑๐ GB นั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ลงวินโดน์ใส่ไปใน HD ตัวนี้แหละ จะได้ไม่ต้องมายุ่งของเราด้วย เดี๋ยววินโดน์ที่เราใช้จะรวนไปด้วย คิดได้ดังนั้น เราจึงจัดการเปลี่ยน HD ลง ๙๘ แล้วรองรันโปรแกรมดู แป๋ว....ไม่ได้อีก อะไรหวะ ทำตั้งแต่เที่ยง ยันบ่ายสามแล้วนะ โทรหาฉิ่งดีกว่า(รบกวนฉิ่งอีกแล้ว เฮ้ย......ตูนี่แย่จริงๆ) ฉิ่งบอกไม่เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวจะหาวิน ๙๕ ให้แล้วกัน สิบนาทีผ่านไป ฉิ่งโทรกลับมา หาให้ได้ละ แถมไรท์ให้เสร็จ และฉิ่งบอกว่าได้เลนส์ Fix 50 /f1.8 มา เราจึงพาเจ่าเพนตะไปบ้านฉิ่งด้วย จะได้ลองเล่นดู แต่ก็ไม่ได้เล่น เพราะเมาส์มันคนละแบบกัน ของเราเป็นแบบกริป ส่วนเลสน์ของฉิ่งเป็นแบบเกรียว แห้วเลยตู พอบ่ายสี่กว่าๆ ออกจากบ้านฉิ่งกลับบ้าน กลับมาถึงก็ลองลงโน้นลงนี่ แต่ก็ไม่ได้อีก โอ้ย.....อะไรของมันฟะ งานตูก็ไม่ใช่ แต่ก็ต้องทำให้ เพราะรู้เรื่องคอมมากที่สุดในบ้านแล้ว ไม่ไหวแล้ว พักก่อนดีกว่า ลงไปหาอะไรกิน เดี๋ยวค่อยขึ้นมาทำใหม่
สองทุ่มขึ้นมาทำอีกรอบ คราวนี้เจ้ขึ้นมาคอยดูด้วย ทำยันสี่ทุ่ม เจ้ไม่ไหวลงไปนอน ส่วนเราไม่ไหวเหมือนกัน พักสายตาก่อนดีกว่า เราลงไปเก็บร้านตาม เก็บเสร็จขึ้นมาทำให้เจ้จนใช้งานได้แล้ว เราจึงเปลี่ยน HD คืนกลับมาเป็น xp เหมือนปกติที่ใช้ แต่ที่ไม่ปกติ คือ คืนนี้มีเพื่อนคุย msn เยอะขึ้น และคุยกันอย่างเมามัน วันนั้นคุยกับน้องกวาง ป้าก้อย และพี่เจษ จับทุกคนมารวมอยู่ห้องเดียวกัน คุยกันอย่างเมามัน แล้วพี่เจษก็ส่งกระทู้ตายหมู่มาให้ดู ก็พี่แกเล่นเรารูปที่เราถ่ายกับป้าก้อยและน้องกวางเอาไปลงในกระทู้หนะสิ อย่างนี้จะไม่เรียกว่าตายหมู่ได้ไง ๕๕๕ หลังจากนั้นตาเจษหนีไปนอนก่อนคนแรก น้องกวางตามไปติดๆ เหลือเราคุยกับป้าก้อยยาววว จนเราหิว ลงไปหาไรกิน กลับบ้านป้าหนีไปนอนอีกคนละ กว่าที่เราจะได้นอนปาเข้าไปโน้น ตีสอง เป็นเวลาปกติ เพราะมัวแต่คุยกับป้าก้อย ป้าเป็นหมอฟัน วันอังคารยังหยุดต่อ ป้าเลยคุยยาววววววว
วันอังคารที่ ๓๑ ก.ค. ๕๐ ตื่นมาสิบโมงกว่า ลงไปกาไรกิน น้ำไม่ต้องอาบ เพราะกะว่ากินเสร็จจะนอนต่อ แต่เปล่าเลย ไม่ได้นอน เจ้ดันเดินไปหาเฮียตี๋ ได้ความรู้มาใหม่ ต้องมาลองทำให้อีก แต่ set ไป set มา ของเราที่ทำได้เมื่อคืน ดีกว่า สรุปช่างมันละ ทำมันไปอย่างนี้แลหะ พอได้ เราจึงได้แว๊ปมานอนตอนบ่ายสองมั้ง ตื่นมาอีกที เจ้จิ๋มทำเสร็จและเข้าไปบ้านบางบัวแล้ว เฮ้ย...ยุ่งจริงๆเลย
แล้วชีวิตวุ่นๆได้ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ไม่รู้ว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างนี้อีกหรือเปล่า ไปหาเพลงเอามาลงดีกว่า โย่ๆๆๆ....ได้มาละ เพลงใหม่สะด้วย เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง แหวนดอกไม้ ละครเรื่องนี้น่ารักดี ดูสนุกๆ อมยิ้มกันไป ใกล้จะจบแล้วแหละ
เนื้อเพลง: ความรักเข้ามาเมื่อไหร่ อัลบั้ม: เพลงประกอบละคร แหวนดอกไม้ ของ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา
ก็อยู่ตัวคนเดียว อยู่เป็นโสดมาตั้งนาน ฉันคิดว่าฉันเป็นสุขดี ไม่ต้องคอยเอาใจใคร ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ไม่ต้องมีความรักก็ไม่ตายแต่วันคืนไม่เป็นใจ ชอบพาใครเดินเข้ามา ทำใจชาๆต้องหวั่นไหว เธอเข้ามาชวนทะเลาะ เข้ามาทำความวุ่นวาย และมาทำให้ใจหนึ่งใจคิดถึงเธอ
ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)
เธอก็ตัวคนเดียว อยู่เป็นโสดมาตั้งนาน เราลองมารักกันดีไหม เราจะคอยดูแลกัน เธอกับฉันใจแลกใจ ให้คุยกันก็มีแต่เรื่องดีๆ
ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)
ดอกไม้มันบานเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยจะรู้ ความรักมันย้ายมาอยู่ในใจเมื่อไหร่ เธอนะเธอคนเดียว เข้ามาทำให้ฉันเปลี่ยนไป จากนี้จนตาย คงอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว (อยากอยู่ใกล้ๆเธอ)
อยากอยู่ใกล้ๆเธอ อยากอยู่ใกล้ๆเธอ July 27 Part 24 : เห่อกล้องใหม่ กิน กิน กินและกินPart 24 นี้กะว่าจะเขียนเรื่อง ตกหลุมรัก สะหน่อย แตก็นะ ด้วยความขี้เกียจ + อาการเห่อกล้องใหม่ จึงไม่มีเวลาเขียน และที่สำคัญสมองไม่แล่นเท่าไหร่ ใว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ
มาเริ่ม Songsak Dairy กันดีกว่า
วันพุธ(๑๘ ก.ค. ๕๐) ไปเอากระเป๋าเป้แมนยูฯมา จริงๆเราเด็กหงส์แดงนะ ในความคิด คิดว่า “ต้องเป็นกระเป๋ากล้องแน่ๆ แต่เปล่าเลย ดันเป็นกระเป๋าเป้ธรรมดา ตอนรับมาดู อยากจะร้องให้ ทำไมมันไม่แถมเป๋ากล้องฟะ เป๋า paradox ก็ยังดี นี่แถมเป๋าแมนยูอีก ตูจะบ้า แต่ก็เอาฟะ ของฟรี ดีกว่าไม่มีแถม กลับมาบ้านด้วยความเซง อุสาแอบที่บ้านไปเอาถึงเซนทรัลเวิร์ล เซงๆๆๆๆๆโว้ย
วันพฤ(๑๙ ก.ค. ๕๐) มีอะไรเปล่าหว้า โดยตัวเราไม่มีนะ จะมีก็แค่เหล่าซิ๊มเสียเท่านั้น จริงๆแล้วต้องเรียกเหล่าโจ๊ซิ่ม เพราะป๊าเป็นเหลนแล้ว เราก็ต้องเป็นโหลนแล้วละ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร
วันศุกร์ (๒๐ ก.ค. ๕๐) ตอนแรกนึกว่าจะได้ไปรับน้องแป้ง แล้วไปงานศพ แต่พอไปข้างล่างเจ้ปุ๊ก เดี๋ยวเจ้ไปรับแล้วไปงานศพแทนเอง ให้ป๊อกไปพรุ่งนี้ อ่าว...ไหงเป็นงั้นละ อุสาวางแผนสะดิบดี เสียแผนหมด แต่ก็ดีแล้วที่เจ้ไป เพราะ ตอนบ่ายแอบหนีมาเล่นเน็ตได้คุยกับปุ๊ก แล้วก็ได้รูว่าปุ๊กถอยรถแล้ว เป็น Honda city zx รุ่น v/at เราก็เล็งรุ่นนี้ใว้พอดี แต่เป็นเกียร์ธรรมดานะ เพราะท่าที่อ่าน เกียร์ออโต้มีปัญหาเยอะ แล้วถ้าเสียนี่ เปลี่ยนใหม่ ซึ่งถ้าอยู่ในประกันก็ดีหรอก แต่ถ้าหมดประกันแล้วละ จะทำไง นั้นเกียร์ธรรมดาดีกว่า ขับเมื่อยหน่อย แต่ซ่อมง่ายกว่าเยอะ อะไหล่มีเพียบบบบบบบบบ
ปุ๊กบอกข้อมูลมาอีกว่า เล็ก(nemz) ก็ออก Honda Jazz แล้วด้วย ให้โทรไปถามข้อมูลเอา หุหุ เพิ่งรู้นะเนี่ย ถ้าปุ๊กม่บอกก็ยังไม่รู้ พอตกเย็นก็โทรหาสะเลย ได้ข้อมูลอะไรมาเพียบ แถมยังออกศูนย์พระรามสี่ใกล้ๆบ้านตรงนี้เองด้วย อย่างนี้เสร็จเรา หุหุ
ตกดึกได้คุยเรื่องการถ่ายรูปกับพี่อ้อยได้ความรู้มาเยอะเลย ทำให้เราได้รู้ว่า ความรู้เรื่องการถ่ายรูปที่มีอยู่ในหัวมันน้อยนิดจริงๆ และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาสักนิด คิดแล้ว อนาถจิตร (http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5640018/O5640018.html )
คืนนั้นกะทำการบ้านที่อ.ให้มาสะหน่อย อีหมงดันมาหา อยู่ยันตีสาม สรุปการบงการบ้านไม่ได้ทำ ได้แต่ฝึกการถ่ายภาพไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้มันเล่นเน็ต พอเราจะนอน ก็บอกให้มันโทรหาเพื่อนมันให้มารับมันกลับบ้าน
วันเสาร์(๒๔ ก.คง ๕๐) ตื่นมาแปดโมงกว่า อาบน้ำลงไปหาไรกิน กินเสร็จถึงได้ออกจากบ้าน ประมาณสิบโมงเห็นจะได้ เพราะนัดพี่เจษใว้สิบเอ็ดโมงที่มาบุญครอง ไปถึงมาบุญครอง พี่เจษมาแล้ว โอ๋เร็วสุดยอด ตอนเราออกจากบ้าน พี่ท่านเพิ่งจะอยู่สายใต้ใหม่ นี่มาก่อนเราอีก บินมาหรือไงฟะ
ตอนลงจากรถไฟฟ้า ขณะกำลังออกจากสถานี กระเป๋าขาดครับท่าน ตกใจอย่างแรง เพราะในเป๋ามีน้องแป้นอยู่ด้วย เห็นแล้วอยากจะกรี๊ดดดดดดดด น้องแป้นที่รักตกพื้น.!! เป๋ามันน้อยใจเราแน่เลย เพราะกะไปซื้อเป๋าใหม่ มันเลยขาดให้ดูเลย L
พอเจอเพี่เจษ ก็พากันไปดูเป๋ากล้อง แต่ไม่มีใบที่ถูกใจเลยสักลูก ไอ้ที่ถูกใจ ดันใบละสี่พัน แพงเกินความจำเป็น กะว่าจะให้พี่เจษซื้อแล้วเรายืมเป๋าพี่เจษเอา เวรกรรม...เป๋าที่พี่เจษจะซื้อดันหมดสะงั้น แบว่าขายดีจัด เราเลยต้องแบกแป้นน้อยในเป๋าที่ขาดไปเรียน อะไรมันจะแย่ได้แบบนี้ ดูเสร็จชวนพี่เจษไปหาไรกินที่ใต้ตึกเรียน มีแรงจูงใจคือสาวๆน่ารักๆทั้งนั้น พี่เจษเลยเดินไปด้วย หุหุ ขาเดินไป เป็นอย่างที่คิด น้องๆที่เดินสวนกัน น่ารักๆทั้งนั้น พอไปอยู่ใต้ตึกแล้ว บรรยากาศเป็นไปอย่างที่คิด หุหุ
พี่เจษกินเสร็จก็แยกย้าย พี่ท่านไปถ่ายรูปบัณฑิตต่อที่พระที่นั่งสนามจันทร์(ม.ศิลปากร) เรา ไก่และนุ่น ขึ้นมาเรียน วันนี้เรียนแบบเหนื่อยๆ ง่วงๆ แบบว่าขี้เกียจเรียน อยากเลิกเร็วๆ นั่งดูนาฬิกาตลอดเวลา เมื่อไหร่จะหมดเวลาสักที แล้วท้องเจ้ากรรมดันร้องสะดัง ไอ้นุ่นได้ยิน หัวเราะเสียงดังมากๆ เรานี่อายแทบจะมุดดินหนี แล้วมีการไปบอกอ.ด้วยนะ “อ. ป๊อกมันจะย้อยตัวเองแล้ว” ดูมันทำ อยากจะตีเหม่งมันจริงๆ กว่าอ.จะปล่อยปาเข้าไปห้าโมงครึ่ง ไก่มันโทรตามแล้วตามอีก เปาก็โทรมา ปุ๊กก็โทรมา โอ้ย....อะไรมันจะคิดถึงราขนาดนี้ฟะ เล่นสะแบตหมด
จริงๆแล้วหลังเลิกเรียนต้องไปงานศพ แต่วันนี้ปุ๊กมา งานศพต้องหลีกทาง หุหุ กว่าจะเจอปุ๊กเกือบหกโมง พอเจอก็มาตกลงกันจะกินอะไร แล้วก็ได้ข้อสรุป ไปกินค้กบุฟเฟ ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงพร้อมพงษ์ ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ตอนแรกนุ่นกะไปกินเค้กอีกที่(จำชื่อไม่ได้) แต่ดันมีบุฟเฟ่แค่กลางวัน ไม่มีตอนเย็น เราจึงไปร้านเค้ก Cafe' Buogiorno แทน ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ซอยเดียวกันนี้แหละ
แม๊...ร้านจะเดินเข้าไปลึกสักหน่อย แต่บรรยากาศดีมากๆ เหมาะแก่การจีบสาวหรือขอสาวแต่งงาน (ดูรูปได้ที่ http://thekop8888.multiply.com/photos/album/6 ) ตอนเดินไปเลือกเค้ก ตอนแรกก็สั่งกันใหญ่ สั่งมาสิบกว่าชิ้นได้ ดีนะที่ไก่มันเบรกใว้ก่อน ไม่งั้นสั่งมาเยอะกว่านี้ กินไม่หมดแหง เพราะตอนดูก็น่ากินจริงๆ แต่พอกินไปได้สักพักความเลี่ยนมาเยือน แถมเจอเค้กที่รสชาตเหมือนใช้นมบูดทำอีก อาการเลื่อนยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ กินเสร็จแล้วอยากกินโค้กหรือแป๊ปซี่ กินให้มันเลอ แต่ดันสั่งโกโก้ปั่น(แก้วละ 95 บ.) รอนานมากกกกกกกก ไม่รู้มันไปปลูกต้นโกโก้อยู่หรือไง พอโกโก้มา ในความคิดเรา มันต้องอร่อยแน่ๆเลย เพราะเห็นราคาแล้ว มันน่าจะแปรผันตรงกับความอร่อย แต่แล้ว แต่แล้ว โอ๋....มายก็อด รสอะไรของมันเนี่ย ไม่หวาน ไม่มีกลิ่นโกโก้ มีแต่ความเย็นให้ได้ลิ่มลอง ในใจคิด “ใครก็ได้ช้วยบอกตูที ว่าไอ้แก้วที่อยู่ข้างหน้าเนี่ยมันเรียกว่าน้ำอะไร สาบานได้ว่ามันไม่ได้เป็นน้ำโกโก้ปั่น” เอาไงดีละ เค้กยังเหลืออยู่ ต้องกินให้หมด ไม่งั้นโดนปรับชิ้นละสี่สิบ หันไปมองหน้ากับไก่ “เออ...นั้นเมิงกับกรูคนละครึ่ง” “โอเค ดีมากเพื่อน” คือวันนั้นถ้าไม่ได้ไก่มันช้วนกินนี่เหลือแหง แล้วถ้ากินคนเดียวหมด จะอวกให้ดูเลย สรุปแล้วต่อคนต้องจ่าย 250 บ. (122 + โกโก้ปั่น 95 * vat 17% )เป็นราคาที่แพงมากๆๆๆๆๆๆๆ
กินเสร็จ เอาไงดี หันหน้ามอง นุ่น ปุ๊ก และไก่ นุ่นเสนอ ปิดด้วยราเมงมะ เออนั้นก็ดี เผื่อจะแก้เลี่ยนได้บ้าง ไก่มันก็เอาเลย นั้นไปร้านที่กรูเล็งมานานละ ราเมง Tan Tan อยู่ซอยสุขุมวิท 33/1 เดินเข้าไปในร้านได้บรรยากาศญี่ปุ่นดี หาโต๊ะนั่งได้แล้ว เพนง. ส่งเมนูให้ดู โอ๋...น่ากินๆ น่ากินทุกยอ่าง เราสั่งราเมงหน้าแกงกะหลี่หมูทอด ปุ๊กสั่งราเมงรวม ไก่กับนุ่นสั่งอะไรจำไม่ได้ละ พอราเมงมา ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน “อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ แล้วจะกินหมดมั้ยเนี่ย” แต่ก็กินกันไป นั่งกันไปสักพัก ปุ๊ก “ป๊อก แกช้วยฉันกินด้วยนะ” ในขณะที่เรากินจะหมดละ เราจึงยื่นชามให้ปุ๊กคีบใส่ชามให้ เรารับมาก็กินไป จนหมดชามจนได้ ท้องบวมเปล่ง ถ้ามีใครมาต่อยท้อง มีอวกใส่แหง ส่วนปุ๊กหลังจากที่ตักให้เรามาครึ่งหนึ่งก็แล้ว แต่ก็ยังกินไม่หมด นุ่นแบ่งให้ไก่ครึ่งหนึ่งเหมือนกัน จึงทำให้นุ่นกินหมด ไก่มันกินของมันหมดและส่วนของนุ่นก็หมดด้วย กินเสร็จ ได้เวลาสลายตัว เรากลับบ้าน ไก่และนุ่นกลับหอ ปุ๊กกลับคอนโดที่เมืองทอง
กลับมาถึงบ้าน รีบเก็บร้าน จัดของ แล้วรีบขึ้นมาดูรูป ปรากฏว่า รูปไม่ได้เรื่องเลย ถ่ายมาเป็นสิบ ใช้ได้สิบรูป หมดกัน เค้กน่ากินๆ กลายเป็นอะไรที่ไม่น่ากินขึ้นมา คิดแล้วเศร้า เสียดายรูป แล้วเราก็คัดเอาที่ดีมาทำลายเซนต์ใน ps cs พอเสร็จ ค่อย update ขึ้น multiply พอเสร็จ ปิดคอมนอน ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
คืนนั้นนัดเป้ว่าจะรอรับรูปที่ไปงานแต่งของวสันต์ เพราะเป้เพิ่งกลับจากภูเก็ต พอรับ – ส่ง รูปกันเสร็จ เราค่อยเอารูปขึ้น multiply อีกชุด สรุปแล้ววันนั้นเราเอารูปขึ้น multiply 3 ชุดด้วยกัน 1. กล้องใหม่ 2. เค้กปุฟเฟ่ 3. งานแต่งวสันต์
ตื่นมาวันอาทิตย์ (๒๒ ก.ค.๕๐) อยู่กับเจ้ปุ๊กสองคน แบ่งกันทำงานตามที่ใครรับผิดชอบ พอตกบ่าย เอาขนมปังปี๊บมาใส่ถุง แล้วก็ดู concert สีฟ้าไปด้วย คอนสิร์ตเล่นดีมาก ร้องสด นักร้องคุณภาพมากๆ ฟังไปขายของไปด้วย จัดขนมด้วย แต่วันนั้นเงียบๆ ลูกค้าไม่ค่อยมีด้วย จัดขนมเสร็จ ก็จัดของเก็บร้าน หาช้าวมื้อเย็นกิน กินเสร็จ เก็บร้าน รอป๊าม้ากลับมาจากไปทำบุญที่ฉะเชิงเทรามา กลับกันมากันเกือบสามทุ่ม หลังจากนั้นเรายกของเช้าร้าน ปิดร้านตามเวลาปกติ
วันจันทร์ (๒๓ ก.ค. ๕๐) ตื่นมาเช้าหน่อย เพราะป๊ากับเจ้ปุ๊กต้องไปส่งศพเหล่าซิ่ม เราต้องลงมาเฝ้าร้าน พอเที่ยง เจ้ปุ๊กมา สั่งให้เราไปซื้อหมูแผ่น ตอนไปฝนใกล้ตกแล้ว กำลังจะจ่ายเงินค่าหมูแผ่นเลย ฝนดันเทกระหน่ำ ทำให้ติดฝนอยู่ที่ตลาดอยู่นาน รอฝนซาค่อยได้กลับบ้าน แต่ฝ | |||